date
stringlengths
12
13
title
stringlengths
20
290
text
stringlengths
9
61.3k
02 ม.ค. 2566
เกาะสีชังนักท่องเที่ยวยังคงแน่น เรือข้ามฟากศรีราชา-เกาะสีชัง เต็มทุกรอบ
การท่องเที่ยวบริเวณท่าเทียบเรือเกาะลอยศรีราชา ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือ ศรีราชา - เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี พบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างเดินทางมาเป็นครอบครัว หมู่คณะและเป็นคู่ เพื่อลงเรือโดยสารข้ามฟาก ศรีราชา - เกาะสีชัง จำนวนมาก จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ทราบว่าแม้จะผ่านมา 3 วันแล้ว แต่นักท่องเที่ยวยังเต็มทุก รอบ 1 รอบ บรรจุได้ประมาณ 100 คน โดยรอบเรือจะเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น.- 18.00 น. โดยมี 2 รอบทุกๆ ชั่วโมง ซึ่งคาดว่า 4 วัน นักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าหมื่นคนด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำศรีราชา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าชลบุรี คอยอำนวยความสะดวกที่ท่าเทียบเรือและเพิ่มมาตรการคุมเข้มเรือโดยสารข้ามฟากศรีราชา-สีชัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ มีการเข้มงวดผู้ประกอบการเรือข้ามฟากศรีราชา-เกาะสีชัง ให้ดูสภาพเรือโดยสารทุกลำทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวและห้ามบรรทุกจำนวนผู้โดยสารเกินตามจำนวนที่เรือกำหนด เรือโดยสารทุกลำจะต้องวิ่งในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด รวมถึงผู้โดยสารทุกคนจะต้องสวมชูชีพไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
02 ม.ค. 2566
พาณิชย์จังหวัดตราด หนุนสับปะรดตราดพันธุ์พื้นเมืองขึ้นห้างแม็คโครช่วยเกษตรกร
นางวรัญญา ถนอมพันธ์ พาณิชย์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า จังหวัดตราดนอกจากสับปะรดพันธุ์ตราดสีทองแล้ว ปัจจุบันนี้ยังมีสับปะรดพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งห้างแม็คโคร สาขาตราด ช่วยรับซื้อผลผลิตที่มีคุณภาพจากเกษตรกร โดยล่าสุดได้นำสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองตราดที่ปลูกมากในพื้นที่อำเภอบ่อไร่ จะมีผลผลิตออกมากในเดือนธันวาคม - มกราคม สับปะรดพันธุ์พื้นเมืองจะมีเอกลักษณ์ ผลโตลักษณะค่อนข้างกลมตาใหญ่ เมื่อผลสุกจะมีรสชาติหวานฉ่ำ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคด้านนางสาวฉันทชิตา สุวัฒน์ศิริคุณ รองผู้อำนวยการแม็คโครสาขาตราด เปิดเผยว่า ทางห้างแม็คโครมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ อย่างสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองนี้ ได้รับการคัดสรรค์จากหน่วยงานใหญ่ของแม็คโคร ได้ลงมาติดตามและตรวจมาตรฐานของผลิตผลสับปะรดที่จะนำมาจำหน่าย แล้วว่ามีคุณภาพรสชาติดี เหมาะกับลูกค้าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หรือว่าจะเป็นลูกค้าทั่วไปก็ดี เป็นพันธุ์พื้นเมืองที่หาทานยาก 1 ปี ออก 1 ครั้ง และราคาสามารถจับต้องได้
02 ม.ค. 2566
ยอดดอยอินทนนท์คึกคัก นักท่องเที่ยวรอชมเหมยขาบ 2 องศาเซลเซียส
บรรยากาศบนยอดดอยอินทนนท์ยังคงคึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่รอสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนยอดดอยในยามเช้า พร้อมรอชมเหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง ซึ่งนักท่องเที่ยวก็ไม่ผิดหวังได้สัมผัสทั้งอากาศที่หนาวเย็นโดยอุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้ (2 ม.ค. 66) 2 องศาเซลเซียส และได้ชมความงดงามของเหมยขาบเกิดขึ้นบนยอดดอยเป็นบริเวณกว้าง เป็นวันที่ 2 ติดต่อกันต้อนรับศักราชใหม่ สร้างความประทับใจ ตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ต่างพากันถ่ายภาพความสวยงามและความประทับใจเก็บไว้เป็นที่ระลึกอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ขอเน้นย้ำเรื่องการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในช่วงที่มีหมอกลงจัด ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง และเส้นทางเป็นภูเขาสูงชัน ควรสังเกตป้ายเตือนจุดเสี่ยง จุดอันตรายต่างๆ ที่มีการติดตั้งประชาสัมพันธ์ไว้ตลอดเส้นทาง
02 ม.ค. 2566
สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพคึกคัก คาดมีผู้เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ กว่า 50,000 คน
นางสาวระพิพรรณ วรรณพินทุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่งจำกับ หรือ บขส. เปิดเผยถึงการตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ณ บริเวณขาเข้า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ว่า วันนี้คาดว่าจะเป็นวันที่มีจำนวนผู้เดินทางกลับจากช่วงวันหยุดปีใหม่สูงที่สุด เห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารขาเข้าตั้งแต่ช่วงเช้าและคาดว่าในช่วงประมาณ 17.00 น.- 20.00 น. ของวันนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงข่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ จะมีปริมาณผู้โดยสารหน้าแน่นอีกช่วงหนึ่ง โดยตัวเลขผู้เดินทางอาจสูงถึง 50,000 คน ทาง บขส. ได้เตรียมรถเสริมไว้ให้บริการที่สถานีปลายทางแล้วกว่า 600 คัน นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับ ขสมก. ในการจัดรถรับส่งสาธารณะให้บริการขนส่งประชาชนไปยังจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น สถานีรถไฟฟ้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแก้ปัญหารถแท็กซี่ไม่เพียงพอในส่วนของความปลอดภัยได้เน้นย้ำการดูแลสภาพรถ สภาพพนักงานขับรถโดยกำหนดให้ต้องผลัดเปลี่ยนพนักงานขับรถในเส้นทางที่เกิน 400 กิโลเมตร รวมถึงการประสานสภาพข้อมูลเส้นทาง สำหรับข้อร้องเรียน ขณะนี้ยังไม่พบการร้องเรียนเรื่องจำหน่ายตั๋วเกินราคา มีเพียงการร้องเรียนเรื่องความล่าช้าของรถขนส่ง ซึ่งสาเหตุมาจากมีอุบัติเหตุช่วง อำเภอมวกเหล็ก เมื่อวันที่ 28-29 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้รถโดยสารที่จะกลับเข้ามารับผู้โดยสารล่าช้า ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุหรือร้องเรียนบริการของ บขส. ไดที่เบอร์ 1490 และสามารถร้องเรียนการให้บริการของรถขนส่งสาธารณะได้ที่หมายเลข 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
02 ม.ค. 2566
รัฐบาลเตือนประชาชนดูแลสุขภาพ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงอากาศหนาวเย็น เสี่ยงเกิดภาวะตัวเย็น เป็นอันตรายถึงชีวิต
นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชน ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงอากาศหนาวเย็น ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงแจ้งเตือนมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทย หลายพื้นที่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง ประกอบกับขณะนี้เป็นช่วงการฉลองเทศกาลปีใหม่ แต่ละปีมักพบผู้เสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวัง เพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงอากาศหนาวเย็น มีความเสี่ยงจะเกิดสภาวะ“ ไฮโปเทอร์เมีย หรือภาวะตัวเย็น โดยร่างกายเกิดการสูญเสียความร้อนอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถสร้างและเก็บความร้อนได้ อาจส่งผลให้ช็อคและเสียชีวิตได้ในที่สุด ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำอุ่นเพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอกระตุ้นให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นภายใน ไม่ควรอาบน้ำอุ่นบ่อยเกินไป อาจทำให้ผิวแห้งเสีย เตรียมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้พร้อมและทำความสะอาดเสื้อผ้าหรือผ้าห่ม โดยเฉพาะเสื้อผ้ามือสองให้แช่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือต้ม เพื่อป้องกันโรคผิวหนัง งดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดในช่วงภาวะอากาศหนาว เนื่องจากเป็นปัจจัยเสริมสำคัญทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตในช่วงอากาศหนาวได้
02 ม.ค. 2566
กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับเชฟมิชลิน ผลักดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดพรีเมียม ส่งเสริม Soft Power
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริม Soft Power เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้สู่ชุมชน และเพื่อเป็นการเผยแพร่สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ Michelin Guide ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ โดยการคัดสรรวัตถุดิบซึ่งเป็นสินค้า GI จากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะท้องถิ่นนั้นๆ มาสร้างสรรค์ เป็นเมนูอาหารจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ ที่ผ่านมา จัดทำให้กับสินค้า GI แล้ว 4 สินค้าจาก 3 จังหวัด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ หอมแดงศรีสะเกษ กระเทียมศรีสะเกษ และเนื้อโคขุนโพนยางคา จังหวัดสกลนคร สำหรับปี 2566 ตั้งแต่เดือนมกราคมนี้ จะต่อยอดผ่านกิจกรรม “สัมผัสสำรับ GI สุดประณีตด้วยเชฟมิชลิน” โดยนำวัตถุดิบ GI ถึง 15 รายการ เช่น ปลากะพงสามน้ำ ทะเลสาบสงขลา ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ สับปะรดภูเก็ต มะนาวเพชรบุรี น้ำตาลโตนดเมืองเพชร มารังสรรเป็นเมนูสุดพิเศษให้แก่ผู้มีชื่อเสียงในแวดวง GI และสื่อมวลชน เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสินค้า GI ในการก้าวไปสู่เวทีสากลทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งรัดการขึ้นทะเบียน ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ถึงประโยชน์ของการคุ้มครอง GI ให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น จัดทำระบบควบคุมคุณภาพเพื่อรักษามาตรฐานของสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และการส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสและยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นของชุมชนสู่สินค้าระดับพรีเมี่ยมต่อไป ขณะนี้ มีสินค้าที่ได้ขึ้นทะเบียนสินค้า GI กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา แล้วทั้งหมด 195 รายการ (ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2565) แบ่งเป็น GI ไทย 177 รายการ GI ต่างประเทศ 18 รายการ และ 6 รายการล่าสุดคือ มะม่วงเบาสงขลา (จ.สงขลา) มะม่วงน้าดอกไม้สีทองพิษณุโลก (จ.พิษณุโลก) ขมิ้นชันสุราษฎร์ธานี (จ.สุราษฎร์ธานี) กล้วยหอมทองพบพระ (จ.ตาก) ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา (จ.ยะลา) และปลาเม็ง สุราษฎร์ธานี (จ.สุราษฎร์ธานี)
01 ม.ค. 2566
พระบรมราโชวาทสำหรับพระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ ปี 2566
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท สำหรับลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ ปี 2566 ดังนี้"เด็กทุกคนเติบโตขึ้นได้ ด้วยอาศัยการโอบอุ้มช่วยเหลือ ทั้งจากผู้ใหญ่และสังคม การรู้และเห็นความดีของผู้ที่ได้โอบอุ้มช่วยเหลือนั้น นับเป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่ง ชื่อว่าความกตัญญู เด็ก ๆ จึงควรเรียนรู้ และสร้างสมอบรมคุณธรรมข้อนี้ ให้บริบูรณ์" พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2565
01 ม.ค. 2566
ผบ.ตร.พอใจภาพรวมการจัดงานปีใหม่ทั่วประเทศ กำชับเข้มตรวจจับความเร็วและเมาแล้วขับในแรกที่ปชช. เริ่มเดินทางกลับ
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยในการตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและประชุมเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกการจราจรและการป้องกันลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 5 ว่า การจัดงานเคานต์ดาวน์ในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า รวมถึงงานสวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุร้ายแรงแต่อย่างใด และวันนี้เป็นวันแรกที่ประชาชนจะเริ่มเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร จึงได้สั่งการให้ตำรวจเตรียมพร้อมรับมือ อำนวยความสะดวก จัดการจราจร ทั้งตามสัญญาณไฟแดง การเปิดช่องทางพิเศษ ให้รถคล่องตัวมากที่สุด ส่วนสถิติอุบัติเหตุในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 - 31 ธ.ค. 65 มียอดเกิดอุบัติเหตุสะสม 715 ครั้ง สถิติผู้เสียชีวิต 85 ราย สถิติผู้บาดเจ็บ 714 คน ถือว่าลดลงกว่าปีที่ผ่านมาพร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้ปรับแผนการตั้งจุดตรวจ โดยเน้นตรวจจับเรื่องเมาแล้วขับ, จักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัยบนถนนสายรอง ส่วนถนนสายหลักให้เน้นตรวจจับความเร็ว และย้ำให้ทุกหน่วยร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันแก้ไขอุบัติเหตุในพื้นที่ พร้อมขอบคุณขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงผ่านมา
01 ม.ค. 2566
"คมนาคม" พร้อมรองรับปริมาณการเดินทางนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หลังพบสถิติตลอดปี 2565 ยอดพุ่งสูงกว่า 22 ล้านคนหรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 15.4 เท่า จากปี 2564
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงภาพรวมปริมาณผู้โดยสาร ในระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ ในปี 2565 ว่า ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2566 มีปริมาณผู้โดยสารเดินทางเข้า - ออก ประเทศในทุกมิติการขนส่ง รวม 22,577,983 คน โดยปริมาณผู้โดยสาร ปี 2565 เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 1,543.44 หรือ สูงถึง 15.4 เท่า โดยทางน้ำเพิ่มขึ้นมากที่สุด ร้อยละ 10,642.85 รองลงมาทางอากาศ ร้อยละ 1,499.67 ส่วนทางถนนและทางรางไม่มีการเดินทางในปี 2564 และเมื่อพิจารณาปริมาณผู้โดยสารภาพรวมรายมิติการขนส่ง พบว่า ทางอากาศ มีสัดส่วนปริมาณผู้โดยสารสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 97.17 รองลงมา ทางถนน ร้อยละ 1.30 ทางน้ำ คิดเป็น ร้อยละ 1.18 และทางราง ร้อยละ 0.35รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังเปรียบเทียบปริมาณผู้โดยสาร ในปี 2565 กับ ปี 2564 เมื่อพิจารณาปริมาณผู้โดยสาร ปี 2565 พบว่า ในเดือนธันวาคม 2565 มีปริมาณผู้โดยสาร รวม 4,474,834 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2565 ร้อยละ 23.06 และเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยเดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2565 ร้อยละ 171.90 เป็น ผู้โดยสารขาเข้า รวม 2,325,093 คน จากค่าเฉลี่ยเดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2565 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 835,054 คน คิดเป็น เพิ่มขึ้นร้อยละ 178.44
01 ม.ค. 2566
รฟท. พร้อมเปิดใช้เส้นทางเดินรถ ระหว่างสถานีคลองแงะ - สถานีปาดังเบซาร์ หลังซ่อมปรับปรุงทางแล้วเสร็จจากเหตุลอบวางระเบิด
นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่ขบวนรถสินค้าคอนเทนเนอร์บรรทุกยางพารา ที่ 707 (หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์) ได้ตกรางจากเหตุลอบวางระเบิดทางรถไฟ ระหว่างสถานีคลองแงะ-ปาดังเบซาร์ อำเภอ สะเดา จังหวัดสงขลา และได้ทำการปิดเส้นทางรถไฟช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เพื่อดำเนินการซ่อมแซม เนื่องจากสภาพทางได้รับความเสียหายหนัก ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการซ่อมแซมทางรถไฟที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งตรวจสอบสภาพทางให้มีความปลอดภัยสำหรับการเดินรถ เรียบร้อยแล้ว โดยพร้อมเปิดให้บริการเดินขบวนรถในเส้นทางสายใต้ ช่วงระหว่างสถานีคลองแงะ - สถานีปาดังเบซาร์ ได้ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป จำนวน 6 ขบวน ประกอบด้วย1. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 45/46 (กรุงเทพ - ปาดังเบซาร์ - กรุงเทพ)2. ขบวนรถด่วนที่ 947/948 (ชุมทางหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ - ชุมทางหาดใหญ่)3. ขบวนรถด่วนที่ 949/950 (ชุมทางหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ - ชุมทางหาดใหญ่)สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
01 ม.ค. 2566
นายกฯ กล่าวคำปราศรัย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2566 ส่งความรัก ความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวไทยทุกคน
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคำปราศรัยผ่านบันทึกเสียง เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 เผยแพร่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย คลื่น FM.92.50 MHz และ AM 819,891 และเผยแพร่ผ่านบันทึกวีดิทัศน์ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันที่ 1 มกราคม 2566 เวลา 00.01 น. ส่งความรัก ระลึกถึง และความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ดังนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในศุภวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังประชาชนชาวไทยทุกคน และขอเชิญชวนปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมใจกันตั้งจิตอธิษฐาน อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญด้วยพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ มีพระราชประสงค์จำนงค์หมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ดังพระราชหฤทัยปรารถนา ทรงสถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่เหล่าพสกนิกรชาวไทย ตราบนิจนิรันดร์นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาว่า ถือเป็น “ปีแห่งชัยชนะ” ของประเทศไทยที่สามารถก้าวผ่านวิกฤตซ้อนวิกฤต ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั้งโลก โดยชัยชนะแรก คือ ชัยชนะเหนือสงครามโควิด ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนทั้งชาติ เอาชนะอุปสรรคนานัปการ เสียสละ อดทน และร่วมมือกันทำตามคำแนะนำ และมาตรการด้านสาธารณสุข จนสามารถกลับมาประกอบอาชีพ ใช้ชีวิต และไปมาหาสู่กันได้ แบบ New normal ซึ่งทั่วโลกให้การยอมรับ และถือเป็นโมเดลแห่งความสำเร็จหนึ่งของโลก รวมทั้งสามารถเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มากกว่าเป้าหมาย 10 ล้านคน ยิ่งกว่านั้นยังสามารถสร้างความเชื่อมั่น และประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ตลอดจนการประชุมที่เกี่ยวเนื่อง อีกนับร้อยเวทีการประชุม และการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของชาวไทยทั้งประเทศ ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดี ต่อการแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ อีกทั้งยกระดับบทบาทของไทยในเวทีโลกให้โดดเด่นขึ้นชัยชนะต่อมา คือ ไม่เพียงประเทศไทยจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และลดผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในภาพรวม จากความขัดแย้งทางการเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศในช่วงปีที่ผ่านมาแล้ว ไทยยังสามารถพลิกสถานการณ์ภาคเศรษฐกิจที่ทั่วโลกกำลังซบเซา โดยการส่งออกของไทยยังเข้มแข็งต่อเนื่อง การค้าขายก็เริ่มมีสัญญาณที่ดี การลงทุนยิ่งกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง และการท่องเที่ยวก็กำลังฟื้นตัวแรง ซึ่งเชื่อมั่นว่ากิจกรรมเหล่านี้จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในปีหน้า และปีถัด ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพลิกบทบาทของประเทศ ไปสู่ฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV รวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นผลมาจากความชัดเจนในระดับนโยบาย การมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว และการเร่งรัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ๆ ของประเทศ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนความจริงใจของรัฐบาล และสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทยในสายตาชาวโลกนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปีหน้า และต่อจากนี้ไปว่า ยังมีความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องเผชิญอีกหลายประการ รวมทั้งวิกฤตซ้อนวิกฤตข้างต้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะยุติลงเมื่อใด แต่เชื่อว่าพลังแห่งความรัก ความสามัคคี ของทุกคน จะหนุนนำให้ชาติบ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และความท้าทายเหล่านั้นไปได้ด้วยดี มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน บรรลุตามเป้าหมายร่วมกัน ที่ได้กำหนดเอาไว้ โดยขอเชิญชวนให้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติอีกครั้ง คือ ประการแรก ยังคง “ไม่ประมาท การ์ดไม่ตก” เพื่อลดความเสี่ยง และเน้นการป้องกัน ไม่ให้โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่ซ้ำอีก ประการที่ 2 เป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุน จากทั่วโลก เพื่อให้ชาวต่างชาติรู้สึกประทับใจ อบอุ่น และปลอดภัย เมื่ออยู่เมืองไทย...เหมือนอยู่บ้านตนเอง และประการที่ 3 เป็น “พลเมืองที่ดี” โดยทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มศักยภาพ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสังคม ให้เจริญก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งต่อไปนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงบรรยากาศแห่งความสุขในการต้อนรับปีใหม่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะได้ใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัว พี่น้อง และญาติมิตรอย่างมีความสุข มอบความรักและความปรารถนาดีให้เป็นของขวัญอันประเสริฐแก่กันและกัน เฉลิมฉลองอย่างมีสติและไม่ประมาท มีน้ำใจและเอื้ออาทรต่อผู้ร่วมทางในการเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ เพื่อให้เทศกาลแห่งความอบอุ่นนี้ มีแต่ความทรงจำที่ดี ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยความสดชื่นแจ่มใส เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวก พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครทุกคน ที่ปฏิบัติงานอยู่ตามแนวชายแดน หรือพื้นที่ธุรกันดารห่างไกล และพื้นที่ประสบภัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการช่วยเหลือ ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้อยู่ในความปลอดภัยเป็นอย่างดี ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา และขอเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ที่คอยอำนวยความสะดวก และดูแลช่วยเหลือประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความราบรื่น เพื่อร่วมกันเติมความสุขให้คนไทยจากใจจริงพร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพรเนื่องในวาระอันเป็นศุภมิ่งมงคลขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกคนเคารพนับถือ อีกทั้ง เดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทุกคน ประสบแต่สิ่งอันเป็นมงคล มีความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากภยันอันตรายทั้งปวง มีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญา ที่เข้มแข็ง และขอจงสัมฤทธิผลดั่งใจ ในสิ่งพึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน
01 ม.ค. 2566
กระทรวงวัฒนธรรม ปลื้มชาวไทยร่วมใจสวดมนต์ข้ามปี ณ วัดทั่วประเทศกว่า 11 ล้านคน
นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเมื่อคืนวานนี้ ซึ่งจัดขึ้นเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกหลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประสบความสำเร็จด้วยดี มีประชาชนเข้าร่วมมากกว่ากว่า 11 ล้านคน ไม่รวมถึงในรูปแบบออนไลน์ โดยคาดว่าปีนี้จะมีประชาชนทั่วประเทศเข้าร่วมสวดมนต์ข้ามปีกว่า 20 ล้านคน ขณะที่ในเช้าวันนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรในวาระดิถีขึ้นใหม่ที่วัดกว่า 24,400 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสืบสานประเพณีที่นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลในาีงคมไทย โดยภาพรวมกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมลงนามถวายพระพรในจุดต่าง ๆ ที่จัดไว้ให้ทั่วประเทศ พร้อมแจกสมุดอวยพรพระราชทาน ณ จุดลงนามในพระบรมหาราชวัง แสดงให้เห็นความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอีกด้วย
31 ธ.ค. 2565
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานบัตรพระราชทานพรปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2566 แก่พสกนิกรชาวไทย
Pพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานบัตรพระราชทานพรปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2566 แก่พสกนิกรชาวไทย ความว่า “ข้าพเจ้าขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมาอำนวยพรแก่ทุกๆท่านให้มีความสุขกายสุขใจ มีสติปัญญาแจ่มใสและเข้มแข็ง ตลอดจนสุขภาพที่แข็งแรง ประสบแต่ความสุขความเจริญโดยทั่วกัน คนไทยเรานั้นมีน้ำใจไมตรีต่อกัน ใส่ใจช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเสมอมา ไม่ว่าจะมีเรื่องราวหรือเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น เราคนไทยก็ต่างพร้อมจะร่วมมือร่วมใจกันปัดเป่าบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนของกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลให้กำลังใจปลอบโยนซึ่งกันและกัน เพื่อให้ความทุกข์ยากนั้นผ่อนคลายและบรรเทาลง การที่เราทั้งหลายสามารถร่วมมือร่วมใจรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ของโรคระบาด หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติใดใดที่เกิดขึ้น เราคนไทยก็สามารถร่วมมือแก้ไขและป้องกันจนสถานการณ์ต่างๆเหล่านั้นผ่านพ้นและคลี่คลายไปได้ด้วยดี นั่นเป็นเพราะพื้นฐานจิตใจที่ดีงามของคนไทย ซึ่งมีความเมตตาเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน น้ำใจไมตรีอันทรงคุณค่าที่เราทุกคนมีให้แก่กันนี้เปรียบเสมือนพลังอันยิ่งใหญ่ที่ผนึกเข้าด้วยกันเป็นกำลังสำคัญให้บ้านเมืองของเรานั้นมั่นคงดำรงอยู่ และพัฒนาก้าวหน้ายิ่งยิ่งขึ้นไปได้อย่างยั่งยืนถาวรตลอดไป ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิที่ท่านเคารพนับถือ พร้อมด้วยพระบารมีแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จงคุ้มครองรักษาทุกท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และมีความสุขความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาตลอดศกหน้านี้และตลอดไป”
31 ธ.ค. 2565
“สมเด็จพระสังฆราช” ประทานพระคติธรรมและพรในวันขึ้นปีใหม่ 2566
เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า “บัดนี้ บรรลุอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 เมื่อถึงวาระเถลิงศก เราทั้งหลายคงได้เห็นการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกันอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การส่งบัตรอวยพร การขอขมาลาโทษ การกล่าวถ้อยคำอวยชัยให้พรแก่กัน การมอบของขวัญ เป็นต้น ล้วนเป็นกิริยาวาจาอันดีงาม สมควรแก่การอนุโมทนายินดี เพราะเป็นวิถีปฏิบัติซึ่งส่องสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ผู้เจริญ ในอันที่จะผดุงสันติสุขให้ดำรงอยู่ได้ในวงสังคมที่ตนอยู่ซึ่งย่อมเป็นปัจจัยเสริมสร้างสันติสุขในระดับประเทศชาติ และในระดับโลก โดยอาศัยอานุภาพแห่งเมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุน .ตามธรรมดาของสังคมซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ ตามทิฐิมานะของแต่ละปัจเจกบุคคล อาจเกิดความโกลาหล มีการกระทบกระทั่งกันบ้าง จนถึงขั้นเบียดเบียนประทุษร้ายกันเป็นปรกติซึ่งล้วนเป็นสภาวะที่ไม่มีใครชอบ ไม่มีใครปรารถนา แต่ก็น่าแปลกที่คนเรา แม้รู้ทั้งรู้ว่าการคิด การพูด และการกระทำดี จักนำมาซึ่งผลดีทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่น กลับยังไม่สมัครใจเร่งขวนขวายในอันที่จะกระทำความดีให้งดงามไพบูลย์ยิ่งขึ้น โดยอาจเริ่มต้นด้วยการรักตัวตนของตนเองให้น้อยลง รักความชอบธรรมให้มากขึ้น ยิ่งถ้าพิเคราะห์ดูก็จะเห็นได้ชัดว่าการปฏิบัติตามศีลธรรมอันดีงามตามหลักศาสนา และตามหลักกฎหมายทางราชอาณาจักรนั้น ย่อมเป็นเหตุที่ให้คนดีรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจโดยประการต่าง ๆ เหตุฉะนี้ คนที่รักใคร่ใน “ธรรม” จึงมักเป็นผู้ร่มเย็นเองและนำความเจริญมาสู่ผู้อื่นอยู่เป็นนิตย์
31 ธ.ค. 2565
รัฐบาลกำชับ เข้มงวดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 รัฐบาลกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังความปลอดภัย รวมถึงป้องกันอุบัติเหตุ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ทุกหน่วยงานต้องอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน เพื่อให้การเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวของประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยให้มากที่สุดสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการคาดการณ์ว่า หลังเทศกาลปีใหม่อาจจะมีการติดเชื้อระลอกเล็กๆ นั้น ปัจจุบันแม้ว่าประชาชนจะมีภูมิคุ้มกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อหรือจากการฉีดวัคซีน ช่วยป้องกันความรุนแรง แต่ขอให้ประชาชนเพิ่มการดูแลตนเองและบุคคลใกล้ชิดด้วย โดยขอการ์ดอย่าตก เพื่อความไม่ประมาท รวมทั้งรัฐบาลเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
31 ธ.ค. 2565
คืนนี้ ตำรวจคาดประชาชนเรือนแสนเข้าร่วมงานปีใหม่ตามสถานที่ใหญ่ทั่วประเทศ กำชับพื้นที่กวดขันความปลอดภัยทุกด้านและเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คาดว่าในช่วงเย็นและช่วงค่ำวันนี้ จะมีประชาชนเดินทางออกมาท่องเที่ยวและร่วมงานเทศกาลปีใหม่อย่างหนาแน่น โดยจุดใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานคร เช่น บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมงาน 60,000 – 100,000 คน ไอคอนสยาม 1,500 – 3,000 คน เอเชียทีค 1,500 – 7,000 คน และวัดยานนาวา, จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา เซ็นทรัลเวสต์เกต 500 คน, พื้นที่ตำบลแสนสุข และพัทยา 10,000 – 20,000 คน, ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในอำเภอโคราช จังหวัดนครราชสีมา รวมไปถึงพื้นที่อื่น ๆ เช่น สนามช้างอารีน่าจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดพิษณุโลก เชียงใหม่ ซึ่งได้กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จัดงานเทศกาลปีใหม่ทั้งทางบก ทางน้ำ และการบริหารจัดการเหตุในพื้นที่ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่กวดขันวินัยจราจร เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตรา การเล่นพลุและดอกไม้เพลิง การยิงปืนขึ้นฟ้าและการป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่ประชาชนจำนวนมากหรือสถานที่สำคัญ รวมทั้งให้แต่ละพื้นที่กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร การเผชิญเหตุฉุกเฉินและเหตุทางการแพทย์เพื่อรองรับการจัดงานเทศกาลปีใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว
31 ธ.ค. 2565
ปภ.สรุปอุบัติเหตุทางถนนช่วง 2 วันแรกของปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุแล้ว 715 ครั้ง เสียชีวิต 85 ราย
นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยรายงานสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (29 – 30 ธ.ค. 65) เกิดอุบัติเหตุรวม 715 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 714 คน ผู้เสียชีวิต รวม 85 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มีจำนวน 31 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ สกลนคร จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ ปทุมธานี (6 ราย) ขณะที่สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2565 ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2566 รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุ 366 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 363 คน ผู้เสียชีวิต 48 ราย ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20 - 39 ปี ร้อยละ 17.76 โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 35.52 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.68 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.98 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 83.88 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.35 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สกลนคร (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี (4 ราย) สำหรับวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีการเดินทาง จึงได้เน้นย้ำจังหวัดจัดตั้งจุดตรวจบนทางหลวงและเส้นทางสายรองอย่างเนื่อง พร้อมคุมเข้มเส้นทางโดยรอบแหล่งท่องเที่ยว สถานที่จัดงานเทศกาลปีใหม่ เข้มงวดการจำหน่ายและตรวจวัดระดับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมเฝ้าระวังการเกิดอัคคีภัยและอุบัติเหตุทางน้ำ หากประชาชนพบเหตุสามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง และไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPMเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
31 ธ.ค. 2565
ททท. คาดกิจกรรมท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 4 พันล้านบาท
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคเอกชนจัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเป็นกิจกรรมแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566 หรือ “Amazing Thailand Countdown 2023” ใน 12 จังหวัด โดย ททท. คาดการณ์ว่า จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่ประมาณ 899,000 คน-ครั้ง และสร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 4,210 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเกินกว่า ร้อยละ80 คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย ตามลำดับ ทำให้ทั้งสองจังหวัดได้รับรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยประมาณ 500-600 ล้านบาท
31 ธ.ค. 2565
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนประชาชนเมาแล้วขับ เพิ่มโทษหนักผู้กระทำผิดซ้ำ ทั้งจำทั้งปรับ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันการเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ นำไปสู่การบาดเจ็บและอาจสูญเสียชีวิต รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการและเตรียมพร้อมเรื่องการจราจร เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกประกาศแนะนำเรื่องกฎหมายต้องรู้ กรณีเมาแล้วขับว่า บุคคลทั่วไปที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 mg% และผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือมีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 mg% ถือว่าเมาแล้วขับ หากปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ ถือว่าเท่ากับเมา สำหรับกฎหมายพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 ได้เพิ่มโทษผู้กระทำผิดซ้ำกรณี “เมาแล้วขับ” โดยกำหนดบทลงโทษผู้เมาแล้วขับ ถ้าทำผิดครั้งแรก อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 - 20,000 บาท กรณีทำผิดซ้ำข้อหา "เมาแล้วขับ" ภายใน 2 ปี นับแต่วันกระทำผิดครั้งแรก เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 - 100,000 บาท โดยศาลจะลงโทษจำคุก และปรับด้วย พร้อมถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และเมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ เสียชีวิต โทษสูงสุด 10 ปี ปรับ 200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันทีดังนั้น ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ขอให้ประชาชนขับขี่ปลอดภัยอย่างมีสติ เมาไม่ขับ เคารพกฎจราจร และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง หากต้องการความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุสามารถติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สายด่วน 1193 ตำรวจทางหลวง สายด่วน 1197 กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) 191 หรือ 1599 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
31 ธ.ค. 2565
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนผู้ที่มีสุขภาพดี บริจาคโลหิต ต้อนรับปีใหม่
รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่โรงพยาบาลต่างๆ เบิกโลหิตเพื่อสำรองใช้ในกรณีเร่งด่วนที่อาจจะเกิดในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นจำนวนมาก ทำให้หลังจากเทศกาลปีใหม่ปริมาณโลหิตคงคลังมีจำนวนลดน้อยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาตามปกติ เช่น ผู้ป่วยที่เกิดภาวะสูญเสียโลหิตเฉียบพลัน ได้แก่ ผู้ป่วยจากอุบัติเหตุ, ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัด, การคลอดบุตร เป็นต้น ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตถึงร้อยละ 77 และผู้ป่วยโรคเลือด ได้แก่ ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย, โรคเกล็ดเลือดต่ำ, โรคขาดปัจจัยการแข็งตัวของเลือด (ฮีโมฟีเลีย) เป็นต้น ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้โลหิต 23% รวมทั้งการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาลของโรคต่างๆ ด้วย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมสำรองโลหิตภาวะปกติทุกวัน วันละ 2,500- 3,000 ยูนิต ตามมาตรฐานงานบริการโลหิต หากมีปริมาณโลหิตสำรองไม่เพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต ในการรักษาประจำศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัด 2 โครงการต้อนรับปีใหม่ เชิญชวนผู้มีสุขภาพดี เริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ในปี 2566 ด้วยการ สามารถบริจาคโลหิต ต้อนรับปีใหม่ ให้ผู้ป่วยทั่วประเทศที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ
31 ธ.ค. 2565
รัฐบาล เชิญชวนประชาชน “สวดมนต์ข้ามปี” ทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาค และออนไลน์ เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับศักราชใหม่
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2566” วันนี้ (31 ธันวาคม2565 ) ถึงวันที่ 1 มกราคม 2566 ซึ่งมีกิจกรรมทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และออนไลน์โดยส่วนกลางกรุงเทพมหานคร จัดที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร และวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ โดยกำหนดให้วัดพระเชตุพนฯ เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดสัญญาณภาพกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเชื่อมโยงการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ในส่วนภูมิภาคของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และช่องทางอื่นๆ สำหรับส่วนภูมิภาค สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด(สวจ.) ทั้ง 76 จังหวัด จัดตั้งศูนย์อำนวยการกลางการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีของจังหวัด และอำนวยความสะดวกหน่วยงานต่างๆ ที่จัดกิจกรรมนอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.prayer2566.com เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้มีโอกาสสวดมนต์ได้ในทุกสถานที่ ทุกช่วงเวลา และยังสามารถเขียนคำอวยพรในการ์ดอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส) แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Card) แล้วส่งต่อให้ผู้อื่นผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้อีกด้วย
31 ธ.ค. 2565
นายกฯ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เน้นย้ำควบคุมมลพิษทางอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์ พร้อมห่วงใยสุขภาพของประชาชนจากฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงสภาพอากาศหนาว จึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงสภาพอากาศหนาวเย็น เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบพื้นที่ พร้อมรณรงค์สร้างความเข้าใจและความร่วมมือของประชาชน งดเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก งดการเผาในที่โล่ง ควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือในการจัดเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 จากการเผาในที่โล่งอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีพื้นที่ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ให้ทำการลดฝุ่นละอองในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เพื่อควบคุมมลพิษทางอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อคุณภาพอากาศที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชนนายกรัฐมนตรี ยังฝากความห่วงใยโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคประจำตัว ให้ระมัดระวังและดูแลตัวเองเป็นพิเศษ และขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ PM2.5 อย่างใกล้ชิด ใช้เครื่องฟอกอากาศ สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิดเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากจำเป็นต้องใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองเมื่ออยู่ข้างนอกอาคาร ประชาชนสามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารได้ที่เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Air4thai หรือ แฟนเพจศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
30 ธ.ค. 2565
ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเฉลิมฉลอง ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือหัวลำโพง ตลอดตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา(30 ธ.ค) พบว่า มีประชาชนทยอยเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองปีใหม่กลับภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องและท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนใหญ่เดินทางเป็นหมู่คณะ จากการสอบถามส่วนใหญ่เลือกเดินทางโดยรถไฟเนื่องจากมีความปลอดภัยและสะดวกสบายในการเดินทาง สำหรับปีนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร จำนวน 6 ขบวน ทั้งเส้นไป-กลับ ในเส้นทางสายเหนือ 2 ขบวน และสายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน ซึ่งเป็นรถนั่งชั้น 3 จำนวน 54 คัน รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มประมาณ 8,000 คน/วัน นอกจากนี้ ได้มีการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มเติม เข้ากับขบวนรถที่เดินประจำในทุกเส้นทางให้เต็มหน่วยลากจูง เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2565 - 4 มกราคม 2566 สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 100,000 คนต่อวัน ซึ่งมั่นใจมีความเพียงพอต่อการเดินทางและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
30 ธ.ค. 2565
นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เตรียมฉลองปีใหม่อย่างต่อเนื่อง
ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บรรยากาศนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ช่วงประตูผู้โดยสารระหว่างประเทศเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่พึ่งลงมาจากเครื่องบิน ซึ่งส่วนมากต้องการเดินทางมาฉลองวันหยุดยาวในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566ขณะที่ ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดการณ์ไว้ว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565 - 4 มกราคม 2566 (รวม 7 วัน) จะมีจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรวมทั้งสิ้นจำนวน 1,019,681 คน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 145,000 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ (รวมขาเข้า-ออก) จำนวน 771,244 คน และผู้โดยสารภายในประเทศ (รวมขาเข้า-ออก) จำนวน 248,437 คน และมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้นจำนวน 5,443 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 778 เที่ยวบิน โดยมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเช่าเหมาลำ (Extra & Charter Flight) อีก 79 เที่ยวบินสำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีบริการระบบขนส่งรถสาธารณะที่เชื่อมต่อกับสนามบินหลายรูปแบบ เช่น รถแท็กชี่ รถไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะต่างๆ และรถลีมูซีนของสนามบิน
30 ธ.ค. 2565
ท่าอากาศยานดอนเมืองคึกคัก ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลปีใหม่
บรรยากาศช่วงสิ้นปี วันนี้ 30 ธันวาคม 2565 เป็นวันหยุดวันแรก ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 อย่างคึกคัก โดยประชาชนยังคงปฏิบัติตามแนวทางวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ เพื่อทำความสะอาดในระหว่างการเดินทาง สำหรับการให้บริการจอดรถยนต์ มีจำนวน 2,544 คัน และเพิ่มบริการรับจอดรถยนต์ Valet Parking อีกจำนวน 736 คัน และเพิ่มจำนวนรถแท็กซี่สาธารณะจากเดิม 2,851 คัน เป็นจำนวน 4,000 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
30 ธ.ค. 2565
กระทรวงแรงงาน ผลักดันสถานประกอบการจ้างงานคนพิการ แนะค้นหาลูกจ้างได้ที่เว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ”
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กฎหมายพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 มาตรา 33 กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการทั้งเอกชนและหน่วยงานของรัฐ ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คน ขึ้นไป รับผู้พิการที่สามารถทำงานได้เข้าทำงาน 1 คน ต่อลูกจ้าง 100 คน ในส่วนกระทรวงแรงงานได้สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานผู้พิการ โดยรวบรวมตำแหน่งงานว่างสำหรับผู้พิการ และผู้พิการที่ต้องการมีงานทำ มาไว้ในแหล่งเดียวกัน และเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการจัดหางาน 2 ช่องทางคือ ใช้บริการ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือผ่านระบบออนไลน์ เพื่อความสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อมาติดต่อราชการ ที่ผ่านมามีนายจ้างจำนวนมากมีความประสงค์ จะจ้างงานผู้พิการเข้าทำงานตามที่กฎหมายกำหนด แต่ยังไม่ทราบว่าจะค้นหาผู้พิการที่พร้อมทำงานและมีคุณสมบัติตามตำแหน่งที่ต้องการได้ที่ใด กรมการจัดหางานจึงได้รวบรวมผู้พิการที่ขึ้นทะเบียน และใช้บริการจัดหางานกับกรมฯ ไว้บนแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” เพื่อนายจ้าง สถานประกอบที่ต้องการรับผู้พิการเข้าทำงาน สามารถค้นหาผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าบริการด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2565 มีผู้พิการในระดับวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา – ปริญญาโท ใช้บริการจัดหางานผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” จำนวน 1,415 คน ได้รับการบรรจุงาน จำนวน 1,166 คน มีรายได้จากการบรรจุงาน 142,928,400 บาทต่อปี โดยตำแหน่งงานสำหรับผู้พิการที่ได้รับการบรรจุงานมากที่สุด ได้แก่ เจ้าหน้าที่คลังสินค้า พนักงานบริการ พนักงานทำความสะอาด ดูแลสวน เจ้าหน้าที่สำนักงาน เป็นต้น โดยผู้พิการที่ต้องการมีงานทำ และนายจ้างสถานประกอบการที่ต้องการประกาศรับสมัครงานผู้พิการ สามารถใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ซึ่งให้บริการทั้ง Web Application ที่เว็บไซต์ ไทยมีงานทำ.doe.go.th และ Mobile Application
30 ธ.ค. 2565
สรุปข่าวการเมืองไทยรอบปี 2565 หลากหลายประเด็นที่ร้อนแรง ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สถานการณ์ทางการเมืองในรอบปี 2565 ที่ผ่านมา ประเด็นร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาคำร้องกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ และพิจารณาให้นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาและสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2565 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ส่งผลให้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี ต้องรักษาราชการแทนเป็นเวลากว่า 1 เดือน จนกระทั่งวันที่ 30 กันยายน 2565 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 : 3 วินิจฉัยว่า พลเอก ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และให้ถือวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นวันเริ่มต้นเข้ารับตำแหน่งคือ นับแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ซึ่งยังไม่ครบกำหนดเวลาตามรัฐธรรมนูญ ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีจึงไม่สิ้นสุดลง ขณะเดียวกันตลอดปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าคำตัดสินของศาลได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองไทย เช่น นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ถูกศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หลังรับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงบุกรุกที่ป่าเขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี รวมไปถึงกรณีของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เคยถูกพรรคพรรคก้าวไกล ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังเคยต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย แม้ครั้งนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ต้องพ้นจากสถานภาพ ส.ส. และรัฐมนตรี เนื่องจากต้องคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศ ไม่ใช่ศาลไทย จึงไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายไทย ดูเหมือนความฝันการเป็นรัฐมนตรีจะไปได้ดี แต่ความฝันก็ต้องมาดับลงกลางครัน หลังราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศให้ร้อยเอก ธรรมนัส พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2564 ท่ามกลางกระแสข่าวไม่ลงรอยกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังเดินเกมรวมเสียงเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล จนทำให้พลเอก ประยุทธ์ ได้รับคะแนนโหวตไว้วางใจเป็นลำดับเกือบสุดท้าย ทั้งที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล เช่นเดียวกับ นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อไปต่อสู้คดีในชั้นศาล หลังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถอเนกประสงค์ซ่อมบำรุงในสมัยดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ผลจากการลาออกจากตำแหน่งครั้งนี้ ทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีของรัฐบาลว่างลงรวม 3 ตำแหน่ง จึงนำมาสู่การปรับคณะรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถือเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีส่งท้ายปี 2565 ประกอบด้วย นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุนทร ปานแสงทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หากดูรายชื่อรัฐมนตรีแล้ว หลายคนเชื่อว่า การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้เพื่อรองรับการเลือกตั้งและเหตุผลทางการเมือง เพราะนอกเหนือจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว ยังมีการแต่งตั้งให้ "นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แทนนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ได้ลาออกไปนอกจากความเคลื่อนไหวของฝ่ายบริหารแล้ว ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติก็น่าจับตาไม่แพ้กัน เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 24 มีนาคม 2566 ถือเป็นการประชุมสมัยสุดท้ายของสภาชุดนี้แล้ว แต่ยังมีกฎหมายสำคัญค้างการพิจารณาอยู่จำนวนมาก เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ หรือสภาล่มบ่อยครั้ง โดยตั้งแต่เปิดสมัยประชุมเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้แค่ 3 วัน ก็มี ส.ส.เข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุมแล้ว โดยครั้งนั้น ส.ส.ให้เหตุผลว่าต้องไปเข้าร่วมงานทอดกฐินกับประชาชนในพื้นที่ แต่หลังจากนั้นสภายังคงล่มบ่อยครั้ง ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้ง พรรคการเมืองส่วนใหญ่ต้องรณรงค์หาเสียงด้วยการลงพื้นที่เพื่อเปิดตัวผู้สมัคร และประกาศนโยบายจูงใจประชาชน ส่วนอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้สภาล่มคือ กรณีที่ความเห็นไม่ตรงกันของฝ่ายค้านและรัฐบาล ในการพิจารณากฎหมาย เช่น ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. , ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่..) พ.ศ. และปรากฎการณ์ล่าสุดคือ ความเห็นต่างของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ….ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นต้นเรื่องเสนอ แต่พรรคประชาธิปัตย์ มองว่า กฎหมายนี้เนื้อหาไม่รัดกุม ไม่สามารถปิดจุดอ่อนการเข้าถึงของกลุ่มเด็กและเยาวชนได้ รวมทั้งยังเปิดช่อง ให้ใช้เพื่อสันทนาการ ดังนั้นหลายฝ่ายจึงมองว่าจะกลายเป็นรอยร้าวทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงปัจจัยที่ทำให้สภาล่มบ่อยครั้ง ทั้งปรากฎการณ์ ส.ส.ย้ายพรรคและการที่ ส.ส.ลาออกจำนวนมากหรือไม่ โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ส.ส.ลาออกกว่า 30 คน ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอความร่วมมือ ส.ส. ร่วมกันรับผิดชอบต่อองค์ประชุมและขอให้รัฐบาลควบคุมเสียง ส.ส. พร้อมขอให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจนวินาทีสุดท้ายและอย่าไปกังวลเรื่องยุบสภา ในรอบปีที่ผ่านมาเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ถือว่าฝ่าฟันมาหลายด่าน โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะเป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองมีส่วนได้และส่วนเสียที่ต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าจะใช้สูตรหาร 100 หรือสูตรหาร 500 และแม้จะกลับไปกลับมาจนท้ายที่สุดต้องใช้สูตรหาร 100 ส่งผลให้กลุ่ม ส.ส.ที่สนับสนุนหาร 500 ต้องยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และที่สุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ จะใช้สูตรคำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 ซึ่งความได้เปรียบจะไปอยู่ที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ ส่วนพรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลางจะมีโอกาสน้อยลง เช่นเดียวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปด้านการเมือง เนื่องจากเป็นเจตนารมณ์การยกร่างของรัฐสภาที่มีหน้าที่ในการจัดทำและแก้ไข และประเด็นการแก้ไขประเด็นการเปิดให้ผู้มีคดีอาญาสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ส่วนทิศทางการเมืองปี 2566 ที่นับว่าเป็นปีแห่งการเลือกตั้ง เริ่มมีโครงร่างที่ชัดเจนมากขึ้น ด้วยเงื่อนไขและกติกาตามรัฐธรรมนูญ ที่สภาผู้แทนราษฏรจะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 24 มีนาคม 2566 และต้องมีการเลือกตั้งใหม่ โดยคาดการณ์กันว่าหากนายกรัฐมนตรีไม่ยุบสภา ก็จะมีการเลือกตั้งช่วงเดือนพฤษภาคม 2566 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ตลอดทั้งปีแต่ละพรรคการเมืองมีการชิงไหวชิงพริบและวางหมากการเมืองกันแบบหลายชั้น เพื่อวางเป้าหมายเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเหตุการณ์สำคัญคือ ช่วงปลายปีมีการย้ายพรรคของ ส.ส.แต่ละพรรคการเมืองกันอย่างคึกคัก รวมทั้งท่าทีที่ชัดเจนของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้ประกาศว่าได้เข้าพรรคสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพียงหนึ่งเดียว ท่ามกลางการตั้งข้อสงสัยว่า 3 ป. มีความขัดแย้งกันหรือไม่ แต่พลเอก ประยุทธื ยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้ขัดแย้งกับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่วนพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยังไม่แน่ชัดว่าจะตัดสินใจอย่างไร ดังนั้นการเมืองไทยตั้งแต่ต้นปีหน้า 2566 ก่อนจะไปถึงวันเลือกตั้ง มีหลายเรื่องให้ติดตาม โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของแต่ละพรรคการเมืองในการเตรียมพร้อมเลือกตั้ง การวางยุทธศาสตร์เลือกตั้ง นโยบายพรรคที่จะใช้ในการหาเสียงและการกำหนดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากนี้คงต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในปีหน้า ซึ่งจะมีความเข้มข้นไม่แพ้ปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
30 ธ.ค. 2565
กระทรวงสาธารณสุข ประกาศปี 2566 เป็นปีสุขภาพสูงวัย พร้อมขับเคลื่อนโยบายมอบของขวัญปีใหม่ให้ผู้สูงอายุหลายรายการ
นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องจากในปี 2566 ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ด้วยจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ที่มีอานุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 12 ล้านคน กระทรวงสาธารณสุข จึงดำเนินนโยบายหลายอย่างเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้ปี 2566 เป็นปีแห่ง “สุขภาพสูงวัยไทย” และเริ่มขับเคลื่อนโยบายจากการมอบของขวัญปีใหม่ตลอดปีหลายรายการรัฐบาล ขอเชิญชวนผู้สูงอายุทั่วประเทศเข้ารับของขวัญ โดยติดต่อผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) หรือหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน อาทิ การคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ การจัดบริการคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาลทุกระดับ มอบวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ แว่นสายตาจำนวน 1 ล้านชิ้น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ จำนวน 5 ล้านชิ้น ฟันเทียมและรากฟันเทียม จำนวน 36,000 รายทั้งนี้ การดำเนินการเพื่อส่งมอบของขวัญปีใหม่แก่ผู้สูงอายุนี้ จะเป็นการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ผ่านการมอบหมายให้ อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ดำเนินการคัดกรองผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งโดยเจ้าหน้าที่และแอปพลิเคชัน Blue Book Application จากนั้นจะส่งต่อผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเข้ารับบริการในคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่จะประเมินความจำเป็นในการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จากนั้นจะจัดหาอุปกรณ์ซึ่งสนับสนุนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่สนับสนุนแว่นสายตา ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับ แผ่นเสริมซึมซับการขับถ่าย ฟันเทียมและรากฟันเทียม ด้วยงบประมาณกองทุนต่างๆ มอบแก่ผู้สูงอายุต่อไป
30 ธ.ค. 2565
คืบหน้าเยียวยาชาวสวนลำไย เร่งปรับโครงการฯ เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาอีกครั้ง
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขออนุมัติการดำเนินโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 ต่อคณะรัฐมนตรี ไปแล้วนั้นคณะรัฐมนตรี พิจารณาแล้วมีมติว่า เพื่อให้เกิดความรอบคอบและชัดเจนต่อการดำเนินโครงการฯ ที่จะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนลำไยที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์มากที่สุด ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวบรวมรายละเอียดข้อมูลและข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาล่าสุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ได้ดำเนินการรวบรวมรายละเอียดข้อมูลโครงการและประสานงานกับหน่วยงานเพื่อให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้นำข้อคิดเห็นจากทุกหน่วยงานมาดำเนินการปรับปรุงโครงการให้มีความสอดคล้องตามข้อคิดเห็นดังกล่าว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง
30 ธ.ค. 2565
รัฐบาลเตือนผู้ประกอบการ อย่าเอาเปรียบประชาชน ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าช่วงปีใหม่ มีความผิดทั้งจำทั้งปรับ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอความร่วมมือผู้ประกอบการ อย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว คาดว่าจะมีการใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามสอดส่อง จึงย้ำเตือนผู้ประกอบการ ร้านค้าต่างๆ ให้ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน อย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หากตรวจสอบพบจะมีความผิด โดยกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท กรณีที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือค้ากำไรเกินสมควร โทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชน พบว่าผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมงในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์สินค้าและบริการตามสถานที่ต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน จากรายงานของกรมการค้าภายใน พบว่าในปี 2565 ผู้ประกอบการมีการปฏิบัติตามกฎหมายและระมัดระวังมากขึ้น อีกทั้งเมื่อพบการกระทำความผิด ได้มีการดำเนินคดีในทุกกรณี ทำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายเพิ่มขึ้น
30 ธ.ค. 2565
ยอดคุมประพฤติคดีเมาขับ วันแรก 214 คดี เพิ่มจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 98
นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยถึงสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 มีคดีทั้งสิ้น 295 คดี ในจำนวนนี้ เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรามากที่สุด 214 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 72.54 นอกจากนั้น เป็นคดีขับรถประมาทและคดีขับเสพ เมื่อเปรียบเทียบคดีขับรถขณะเมาสุราปีใหม่ 2565 มีจำนวน 108 คดี ขณะที่ปีใหม่ 2566 จำนวน 214 คดี พบว่า เพิ่มขึ้น 106 คดี คิดเป็นร้อยละ 98จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่นนทบุรี 55 คดี กรุงเทพมหานคร 27 คดี และตาก 15 คดี จึงเน้นย้ำมาตรการเข้มสำหรับผู้กระทำผิดคดีขับรถขณะเมาสุรา หากพบว่ามีความเสี่ยงสูงจากการติดสุรา จะส่งบำบัดรักษาตามสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และหากพบว่า มีแนวโน้มกระทำผิดซ้ำสูง จะส่งไปแก้ไขฟื้นฟูแบบเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ระยะเวลา 3 วัน โดยใช้กระบวนการกลุ่มร่วมกับการทำงานบริการสังคมที่สร้างจิตสำนึกและความตระหนักถึงผลกระทบของการขับรถในขณะเมาสุรา นอกจากนี้ สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ยังได้จัดกิจกรรมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการประชาชน ณ จุดบริการประชาชน ด่านตรวจค้น และด่านชุมชน จำนวน 50 จุด โดยมีอาสาสมัครคุมประพฤติ ผู้ถูกคุมความประพฤติและภาคีเครือข่าย จำนวนกว่า 800 คนเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ “เมาขับ จับติด EM” และ “ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ” เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย
30 ธ.ค. 2565
หยุดปีใหม่วันแรก ประชาชนยังทยอยเดินทางจากสถานีฯหมอชิต บางส่วนไม่ได้สำรองที่นั่งล่วงหน้า มั่นใจว่ามีรถบริการเพียงพอ
บรรยากาศที่สถานีขนส่งหมอชิตในช่วงเช้า วันหยุดแรกช่วงเทศกาลปีใหม่ ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางกลับบ้าน แต่ค่อนข้างบางตาลง การจราจรด้านหน้าไม่ติดขัด โดยประชาชนที่เดินทางวันนี้บางส่วนไม่ได้สำรองที่นั่งล่วงหน้าและมาหาซื้อตั๋วรถโดยสารที่สถานีขนส่งแทน หนึ่งในประชาชนที่เลือกเดินทางวันนี้ กล่าวว่า วันนี้ได้มาหาซื้อตั๋วรถทัวร์ที่สถานีขนส่งฯ เพื่อเดินทางไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่อุบลราชธานี แต่ยังไม่ทราบจะมีตั๋วหรือไม่ ที่ต้องมาหารถวันนี้เพราะติดภารกิจงาน ซึ่งปกติจะเดินทางโดยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง น้อยกว่ารถทัวร์ที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง แต่เนื่องจากติดภารกิจงาน ทำให้ต้องเปลี่ยนมาเดินทางวันนี้แทน อย่างไรก็ตาม คาดว่าทาง บขส.จะเตรียมรถไว้ให้บริการเพียงพอเช่นเดียวกับประชาชนอีกรายที่มาซื้อตั๋วรถโดยสารในเช้านี้ กล่าวว่า ตั้งใจจะโดยสารรถตู้ไปจังหวัดชัยนาท เลือกเดินทางในวันนี้เพราะระยะทางกลับบ้านไม่ไกลมาก มั่นใจว่าที่นั่งมีเพียงพอแม้ไม่ได้จองล่วงหน้า ซึ่งตอนนี้มีที่นั่งเรียบร้อยแล้ว จะออกเดินทางช่วงเที่ยงวันนี้สำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทาง ที่สถานีขนส่งหมอชิตในวันนี้ มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำกับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลการซื้อตั๋วรถไปยังจังหวัดต่างๆ พร้อมทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยมีการตรวจสแกนกระเป๋าก่อนเข้าตัวอาคารเพื่อขึ้นรถโดยสารด้วย
29 ธ.ค. 2565
รมว.คมนาคม เตรียมแผนรองรับการเปิดให้บริการเดินรถไฟทางไกลที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2566 เป็นต้นไป
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเริ่มเปิดให้บริการขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่ 19 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยยืนยันว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย จะเปิดให้บริการขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว จำนวน 52 ขบวน ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ส่วนขบวนรถธรรมดา รถชานเมือง และขบวนรถนำเที่ยวทุกสายยังคงให้บริการที่สถานีหัวลำโพงเหมือนเดิม ประมาณ 48 ขบวน โดยยังไม่ปิดให้บริการ ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคม มีแผนรองรับและเยียวยาผลกระทบบของประชาชนจากการเปลี่ยนแปลงสถานีปลายทางของรถไฟเชิงพาณิชย์สายเหนือ สายตะวันออก และสายใต้แล้ว ด้วยการจัดรถชัตเตอร์บัสเชื่อมสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ -สถานีกรุงเทพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงแสดงบัตรโดยสารรถไฟต่อเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางมายังสถานีกรุงเทพ อีกทั้งยังได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย รับฟังความคิดเห็นประชาชนในการเปิดใช้บริการดังกล่าวซึ่งเห็นด้วยประมาณร้อยละ 80 ส่วนที่เหลือร้อยละ 20 จะต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมอย่างไรก็ตาม การให้บริการรถไฟระยะทางไกลที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เป็นการแบ่งเบาปัญหาการจราจรได้ และสามารถจำกัดเวลาการเดินทางได้อีกทั้งที่ผ่านมาการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้คิดค้นพลังงานสะอาด โดยการใช้แบตเตอรี่แทนการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ซึ่งในวันที่ 11มกราคม 2566 จะเดินทางเยี่ยมชมการใช้พลังงานดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดใช้สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ด้วย
29 ธ.ค. 2565
ประกันสังคม จัดกิจกรรมส่งแรงงานกลับบ้านช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2566 แนะผู้ประกันตน หากเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้ารักษาใน รพ.ที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่งไม่เสียค่าใช้จ่าย
นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ในโอกาสช่วงวันหยุดเทศกาลวันปีใหม่ 2566 ที่จะถึงนี้ สำนักงานประกันสังคมจัดกิจกรรมร่วมส่งแรงงานกลับบ้าน ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้งานประกันสังคมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ รวมทั้งแนะวิธีการใช้สิทธิการรักษาพยาบาลในช่วงเทศกาลปีใหม่แก่ผู้ประกันตน ซึ่งสำนักงานประกันสังคม ขอให้ลูกจ้าง ผู้ประกันตน เดินทางด้วยความระมัดระวัง พร้อมย้ำให้พกบัตรประชาชน ติดตัวขณะเดินทาง หากเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉิน หมายถึงการได้รับอุบัติเหตุหรือมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน หรือการทำงานของอวัยวะสำคัญในร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือเกิดอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทันที ซึ่งโรงพยาบาลจะไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ประกันตน โดยให้ญาติผู้ประกันตนรีบแจ้งโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ทราบภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อโรงพยาบาลได้รักษาผู้ประกันตนต่อไป
29 ธ.ค. 2565
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพิ่มสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง งวด 17 ม.ค. 66 รวมเป็น 17,129,000 ใบ พร้อมโอนเงินรางวัลเข้าทุกบัญชี ภายใน 2 ชั่วโมง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ ได้เพิ่มปริมาณสลากดิจิทัล บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในงวดวันที่ 17 มกราคม 2566 อีกจำนวน 901,500 ใบ ทำให้จะมีปริมาณสลากทั้งหมด 17,129,000 ใบ โดยสำนักงานสลากฯ มุ่งมั่นที่จะเพิ่มปริมาณสลากดิจิทัล เพื่อให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อถูกรางวัลสามารถเลือกรับเงินรางวัลผ่านการโอนเข้าบัญชีของทุกธนาคารได้ภายใน 2 ชั่วโมง นับเป็นการขึ้นเงินรางวัลที่สะดวก ง่าย ไม่ยุ่งยาก ทั้งนี้ เมื่อรวมกับจุดจำหน่ายสลาก 80 ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศอีกเกือบสามล้านฉบับ ทำให้ขณะนี้ มีสลากที่จำหน่ายในราคาไม่เกิน 80 บาท ไม่น้อยกว่า 19 ล้านฉบับ หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 20 ของปริมาณสลากทั้งหมดสำหรับการดำเนินการกับแพลตฟอร์มเอกชนที่จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาที่กำหนด สำนักงานฯ ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดฐานขายสลากเกินราคา ปัจจุบันศาลมีคำสั่งปิดเว็บไซต์ ไปแล้ว 12 แพลตฟอร์ม กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการอุทธรณ์ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 2 แพลตฟอร์ม และอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาล จำนวน 1 ราย
29 ธ.ค. 2565
มังคุดนอกฤดูจังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างรายได้เกษตรกรพุ่งถึงกิโลกรัมละ 200 บาท
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ปลูกมังคุดมากที่สุดจำนวนทั้งหมด 62,672 ไร่ และมีผลผลิตรวมกว่า 33,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 746 ล้านบาท ซึ่งผลผลิตในฤดูปกติจะออกระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม จากความแตกต่างของพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีข้อได้เปรียบทางธรรมชาติในเรื่องของภูมิประเทศทำให้มีผลผลิตมังคุดออกดอกนอกฤดูประมาณเดือนสิงหาคมและจะเก็บเกี่ยวประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่มีผลผลิตจากพื้นที่อื่น ทำให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตมังคุดได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150-200 บาท รวมทั้งการเก็บเกี่ยวมังคุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจะยาวนานประมาณ 3-4 เดือน ทำให้ไม่มีปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ นอกจากนี้ ยังพบว่าผลผลิตมังคุดในแถบเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรรมราช จะมีลักษณะคุณภาพพิเศษที่เป็นลักษณะเด่นแตกต่างจากมังคุดทั่วไปและรับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI ) “มังคุดเขาคีรีวง” ผลผลิตจึงเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศการจัดการสวนที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญ การผลิตมังคุดจะประสบความสำเร็จได้ผลผลิตเป็นที่พอใจต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค เกษตรกรควรรู้ถึงห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบของการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จะทำให้สามารถจัดการสวน มังคุดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรมวิชาการเกษตรจึงมีคำแนะนำสำหรับเกษตรกรชาวสวนมังคุดนำไปปฏิบัติอย่างถูกวิธี ทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นแหล่งผลิตมังคุดนอกฤดูกาลแหล่งสำคัญของประเทศไทย ผลผลิตมังคุดนอกฤดูเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกร เนื่องจากผลผลิตจะมีปริมาณน้อยกว่าปกติทำให้มีราคาสูง สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
29 ธ.ค. 2565
"วราวุธ" สั่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบสำนักอุทยานแห่งชาติทั้งหมด พร้อมเตรียมขอดูเอกสารหลักฐานและข้อร้องเรียนของ ปปป. นำมาเปรียบเทียบกับหนังสือแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบสำนักอุทยานแห่งชาติทั้งหมด พร้อมเตรียมขอดูเอกสารหลักฐานและข้อร้องเรียนของ ปปป. นำมาเปรียบเทียบกับหนังสือแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกหน่วยงานในสังกัด โดยเน้นย้ำความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น หลังเกิดกรณีของ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรียกรับผลประโยชน์จากข้าราชการหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขณะที่ความคืบหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การดำเนินการสืบสวนสอบสวนจะทำไปตามระเบียบและกฎหมายผิดว่าไปตามผิด และจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกับผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 16 สำนัก 5 สาขา ส่วนการแต่งตั้งรักษาการขึ้นมาทำหน้าที่แทนในกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งดูโดยตรงเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม เบื้องต้นตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับผู้ถูกกล่าวหา เพราะเกรงจะถูกมองว่าฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงกระบวนการทางกฎหมายของส่วนราชการ จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานสืบสวนสอบสวน สำหรับเส้นทางการเงินที่เรียกเก็บจะถูกส่งต่อไปยังบุคคลอื่นหรือไม่อยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งนี้ กรณีที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ร้องเรียนว่าถูกข่มขู่ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการคุ้มครองพยาน เนื่องจากกระทรวงฯไม่ได้มีอำนาจในหลายอย่างที่จะคุ้มครองหรือดำเนินการได้ เพราะตำรวจมีอำนาจในการคุ้มครองมากกว่า ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงฯยื่นประสานกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ขอดูหลักฐานและเอกสารข้อร้องเรียน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับหนังสือคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่กับข้อร้องเรียนดังกล่าว เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมตรวจสอบสำนักอุทยานแห่งชาติทุกแห่งด้วย
29 ธ.ค. 2565
บขส. คาด ช่วงเย็นวันนี้ (29 ธ.ค.) จะมีผู้โดยสารเดินทางกว่า 58,000 คน ยืนยัน พร้อมรองรับทุกด้านไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง
วันสุดท้ายของการทำงานช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้บรรยากาศการเดินทางภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 กลับมาคึกคักและหนาแน่นอีกครั้ง โดยเฉพาะการจราจรหน้าบริเวณสถานีขนส่งและโดยรอบสถานี นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เริ่มมีผู้โดยสารทยอยเดินทางมาโดยสารด้วยรถขนส่งสาธารณะที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่ง โดยเฉพาะที่หมอชิต จะคับคั่งเป็นพิเศษ ซึ่งคาดว่าช่วงเย็นวันนี้ (29 ธ.ค.) จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการสูงสุดประมาณ 57,000-58,000 คน ซี่งสูงกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ที่ 55,000 คน ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในการอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางกลับในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 พบว่า เมื่อคืนที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมามีผู้โดยสารใช้บริการถึง 56,000 คน พร้อมยืนยันว่า จะมีรถโดยสารเพียงรอรองรับผู้โดยสารได้ถึง 60,000 คนต่อวัน ซึ่งมีการสำรองรถโดยสารไว้ 600 คัน สำหรับประชาชนที่ไม่มีการจองตั๋วล่วงหน้า หรือ walk in มาซื้อตั๋วโดยสารได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วโดยตรงทั้งของ บขส. และรถร่วมบริการ ห้ามหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพซื้อตั่วผ่านช่องทางอื่นอย่างเด็ดขาดอย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายังมีความกังวลด้านการจราจรติดขัดบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารพลาดการเดินทางขอให้เดินทางมาล่วงหน้าก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน บขส. ได้จัดเตรียมพื้นที่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับปริมาณผู้โดยสารแล้ว โดยเฉพาะการทำความสะอาดภายในอาคารสถานี รถโดยสาร ที่ดำเนินการทำความสะอาดโดยจิตอาสา บขส. เพื่อความอุ่นใจทั้งการเดินทางและมาตรการด้านสาธารณะสุข
29 ธ.ค. 2565
กทพ. เปิดศูนย์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในเส้นทางที่อยู่ในความรับผิดชอบ
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2566 ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดย กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของ ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) และร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) และทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด) พร้อมทั้งจัดตั้งหน่วยบริการประชาชน โดยปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางด่วน บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อบริการประชาชนที่ใช้ทางพิเศษเดินทางเข้า - ออก กรุงเทพมหานคร จำนวน 5 จุด ?สำหรับการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ จำนวน 5 สายทาง ประกอบด้วย ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) โดยเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2565 เวลา 00.01 น. ไปจนถึงวันพุธที่ 4 มกราคม 2566 เวลา 24.00 น. รวมทั้งสิ้น 7 วัน และยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่1) ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) และทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด) โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2565 เวลา 00.01 น. ไปจนถึงวันอาทิตย์ ที่ 1 มกราคม 2566 เวลา 24.00 น. รวม 2 วัน ทั้งนี้ ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ปริมาณจำนวนรถจะเพิ่มขึ้นจากปีใหม่ที่ผ่านมา โดยคาดว่าปริมาณจราจรจะอยู่ที่ 200,000คันนอกจากนี้ กทพ. ยังได้จัดตั้งหน่วยบริการประชาชน โดยปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางด่วน บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อบริการประชาชนที่ใช้ทางพิเศษเดินทางเข้า - ออก กรุงเทพมหานคร จำนวน 6 จุด ดังนี้ ด่านฯ ขาออกเมือง (29 ธันวาคม 2565 - 1 มกราคม 2566) ที่ด่านฯ บางแก้ว 1 ด่านฯ ฉิมพลี ด่านฯ บางปะอิน (ขาออก) ระหว่างเวลา 07.00 – 21.00 น. และด่านฯ ขาเข้าเมือง (2 - 4 มกราคม 2566) ที่ด่านฯ บางแก้ว 1 ด่านฯ จตุโชติ และด่านฯ บางปะอิน (ขาเข้า) ระหว่างเวลา 07.00 – 21.00 น. เช่นกันอย่างไรก็ตาม กทพ. ยังคงรักษามาตรฐานการคัดกรองหรือเข้มงวดในเรื่องความสะอาดบริเวณอาคารด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษทุกด่านทุกสายทาง รวมถึงบริเวณตู้และช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษ เพื่อเป็นการป้องกัน การแพร่ระบาดของ Covid-19 และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ทางพิเศษ
28 ธ.ค. 2565
ไทยและกัมพูชา ยืนยันส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง
นายอูก ซอร์พวน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ โดยเอกอัครราชทูตกัมพูชาฯ กล่าวถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว พร้อมฝากคำอวยพรปีใหม่จากนายกรัฐมนตรีกัมพูชามายังนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และประชาชนชาวไทยให้มีความสุขในช่วงปีใหม่ ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ได้อวยพรปีใหม่ไปยังนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ภริยา และประชาชนชาวกัมพูชา ให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงและเจริญรุ่งเรืองในช่วงปีใหม่และตลอดปี พ.ศ. 2566โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างกัน ทั้งเศรษฐกิจ ความเชื่อมโยง แรงงาน การแก้ปัญหาขบวนการหลอกลวงทางโทรศัพท์ข้ามชาติ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028 Phuket ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี อวยพรเอกอัครราชทูตกัมพูชาฯ ให้ประสบความสำเร็จในงานที่จะได้รับมอบหมายเมื่อเดินทางกลับประเทศ โดยขอให้นึกถึงไทยว่าเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง สามารถกลับมาเยี่ยมเยือนได้เสมอ พร้อมหวังว่าเอกอัครราชทูตกัมพูชาฯ คนใหม่ จะสานต่อการทำงานและกระชับความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป
28 ธ.ค. 2565
มาตรการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 200 บาท เพื่อข่วยแบ่งเบาค่าครองชีพ ไม่ได้หวังผลทางการเมือง
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติให้กระทรวงการคลังใช้งบประมาณ 2,600 ล้านบาท เพื่อมอบเป็นขวัญปีใหม่ 2566 ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.2 ล้านคน ด้วยการเพิ่มเงินพิเศษ 200 บาท ระยะเวลา 1 เดือน เพื่อหวังผลทางการเมืองในช่วงเวลาใกล้สู่การเลือกตั้ง ว่า แม้ปัจจุบันสถานการณ์ความรุนแรงของการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ในหลายประเทศคลี่คลายลง แต่ยังมีผลกระทบจากความเสี่ยงจากหลายปัจจัยทั้งเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทำให้ภาคส่วนต่างๆ ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มดังกล่าว จึงยืนยันว่ามาตรการดังกล่าว เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านคน เป็นการชั่วคราว ในระยะสั้น โดยช่วยเหลือวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและร้านอื่นๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) เพิ่มเติมจากเดิมอีก จำนวน 200 บาท/คน/เดือน ในเดือนมกราคม 2566 จากเดิมได้รับวงเงิน 200 บาท/คน/เดือน จะได้รับเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 400 บาท/คน/เดือน ส่วนผู้มีบัตรฯ ที่ได้รับวงเงิน 300 บาท/คน/เดือน จะได้รับเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 500 บาท/คน/เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อยและได้รับผลกระทบโดยตรงจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ยังอยู่ในระดับที่สูง ประกอบกับราคาพลังงานที่ยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับที่สูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อต้นทุนราคาสินค้าสูงขึ้น
28 ธ.ค. 2565
ไทยและอินเดีย พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายนาเคศ สิงห์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร กล่าวแสดงความยินดี ซึ่งอินเดียถือเป็นมิตรประเทศกับไทยมาอย่างยาวนาน มีความร่วมมือ ทั้งด้านความมั่นคงทางบก ทางทะเลและทางอากาศ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการฝึกอบรมด้านความมั่นคงไซเบอร์ รวมถึงการที่อินเดียเข้าร่วมฝึกคอบร้า-โกลด์ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ จะมีการเข้าร่วมฝึกเต็มรูปแบบ ในโอกาสต่อไป รัฐบาลไทย พร้อมให้การสนับสนุน การปฎิบัติหน้าที่ของอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมและการศึกษา พร้อมเชิญชวนนักลงทุนอินเดียให้มาร่วมลงทุนในพื้นที่ EEC ของไทย โดยเฉพาะขอให้ช่วยซื้อน้ำมันปาล์มจากประเทศไทยให้มากขึ้น ในช่วงเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งไทยจะมีผลผลิตปาล์มจำนวนมากและเชิญชวนมาเที่ยวเมืองไทยให้มากขึ้นด้วยนายนาเคศ สิงห์ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ยืนยันร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อส่งเสริมและยกระดับความสัมพันธ์อันดีให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านความมั่นคง การฝึกร่วมทางทหาร การป้องกันภัยคุกคามระหว่างประเทศและการค้าการลงทุน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงความร่วมมือในกรอบอาเซียนและอื่นๆ
28 ธ.ค. 2565
บขส. พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566
นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยในเที่ยวไปมีผู้ใช้บริการกว่า 40,000 คนต่อวัน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) ประมาณ 3,000 เที่ยวต่อวัน พร้อมคาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวด้วยรถโดยสารสาธารณะเพิ่มขึ้นจากเทศกาลปีใหม่ 2565 ประมาณร้อยละ 5 หรือประมาณวันละ 50,000 - 55,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) ประมาณวันละ 3,500 เที่ยว ขณะนี้ยอดจองตั๋วเต็มหมดแล้ว ส่วนเที่ยวกลับระหว่างวันที่ 2–3 มกราคม 2566 คาดว่ามีผู้โดยสารใช้บริการประมาณวันละ 53,000 คน ใช้รถโดยสารประมาณ 3,300 เที่ยว ทั้งนี้ บขส. ได้จัดรถโดยสารไม่ประจำทางมาเสริมเที่ยววิ่งประมาณ 600 คัน เพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในเส้นทางต่างๆ มั่นใจมีรถโดยสารเพียงพอรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างแน่นอนอย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้ผู้ใช้บริการเผื่อเวลาเดินทางมาขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งฯ ก่อนเวลารถออกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และขอให้ซื้อตั๋วที่ช่องจำหน่ายตั๋วเท่านั้น เพื่อป้องกันการหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ
28 ธ.ค. 2565
เตือนประชาชนระวังพิษร้ายจากปลาปักเป้า แม้บริโภคเพียงเล็กน้อยแต่สามารถเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยในฐานะโฆษกกรมประมงว่า ปลาปักเป้า ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั้งในน้ำจืดและทะเล มีทั้งชนิดที่มีพิษและไม่มีพิษ สำหรับพิษของปลาปักเป้าพบได้ทุกส่วนของตัวปลา ซึ่งพบมากที่บริเวณไข่ ตับ เครื่องในและหนัง ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาปักเป้าอย่างเด็ดขาด โดยควรสังเกตเลือกซื้อปลาที่ผ่านการแล่ทุกครั้ง หากเป็นเนื้อปลาปักเป้าจะมีลักษณะชิ้นเนื้อหนา สีขาวอมชมพู ลายกล้ามเนื้อไม่ชัดเจนและมีเยื่อพังผืดหุ้มชิ้นเนื้อ เมื่อปรุงสุกเนื้อจะมีสีขาวคล้ายเนื้อไก่ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยควรเลือกซื้อเนื้อปลาที่ผ่านการแล่จากแหล่งที่ทราบชนิด รวมถึงแหล่งที่มาของเนื้อปลา เพื่อลดความเสี่ยงการบริโภคปลาปักเป้าที่อาจเกิดอันตรายถึงตายได้ ปัจจุบันการรักษาพิษจากปลาปักเป้านั้น ยังไม่มีตัวยาใดที่สามารถแก้พิษได้ และการใช้ความร้อนในการปรุงอาหารไม่สามารถทำลายพิษของปลาปักเป้าได้เช่นกัน จึงขอฝากเตือนถึงประชาชนไม่ให้นำปลาปักเป้าทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นปลาปักเป้าน้ำจืดหรือปลาปักเป้าทะเลมาบริโภคโดยเด็ดขาด และหากสงสัยว่าได้รับพิษจากปลาปักเป้าให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
28 ธ.ค. 2565
เสริมศักยภาพพี่เลี้ยงขับเคลื่อนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ให้เกษตรกรลดต้นทุนปุ๋ยทั่วไทย
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก เป็น 1 ในนโยบายสำคัญเพื่อขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญและเป็นภารกิจหลักของนักส่งเสริมการเกษตรในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกร ชุมชนของเกษตรกรได้รับการพัฒนาให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการบริหารจัดการตั้งแต่ฐานรากในการทำเกษตร อย่างการบริหารจัดการดินและปุ๋ย ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรในชุมชน ผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน มาตั้งแต่ปลายปี 2557 ครบทุกอำเภอใน 77 จังหวัด รวมจำนวน 882 ศูนย์ มีสมาชิก 17,640 ราย และในปัจจุบันทั่วประเทศมีเครือข่าย เพิ่มขึ้นตามความต้องการของพื้นที่ จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานดินและปุ๋ยในทุกระดับ เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการเป็นนักส่งเสริมด้านดินและปุ๋ยอย่างมืออาชีพ เป็นทีมเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการจัดการดินและปุ๋ย การจัดการธาตุอาหารสู่เกษตรกร ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการดินและปุ๋ยที่ถูกต้องเพื่อการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต การสนับสนุนความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบงานดินและปุ๋ย และเกษตรกรสมาชิก ศดปช. ในปีที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ในปีนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่และเครือข่ายศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ระดับประเทศ หลักสูตรพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้านดินและปุ๋ย ปี 2566 เป็นการเพิ่มเติมและทบทวนความรู้ทางวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทบทวนทักษะที่จะใช้ในการส่งเสริมงานด้านดินปุ๋ย รวมถึงพัฒนาแนวคิดด้านการส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ให้แก่นักส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบงานดินปุ๋ย เพื่อนำองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้รับไปปรับใช้ในการถ่ายทอดสู่เกษตรกร
28 ธ.ค. 2565
ปีใหม่นี้ กรมแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 สมุนไพร พกติดรถ ติดตัว ระหว่างเดินทางไกล
นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งรถเป็นเวลานานๆ อาจมีปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ขอแนะนำ 4 ยาสมุนไพรจำเป็น ที่ควรพกติดรถ ติดตัว ช่วงเดินทางไกล ได้แก่ ยาฟ้าทะลายโจร สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการโรคหวัด เจ็บคอ รับประทานครั้งละ 1,500 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการท้องเสียชนิดไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ โดยรับประทานครั้งละ 0.5 - 2 กรัม วันละ 4 ครั้ง และสามารถใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง ให้รับประทานยาฟ้าทะลายโจร ที่มีสาร andrographolide ขนาด 180 มิลลิกรัมต่อวัน รับประทานติดต่อกันไม่เกิน 5 วัน ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม สรรพคุณบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ แต่ห้ามใช้กับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ ยาหอมอินทจักร์ สรรพคุณบรรเทาอาการ จุกเสียด แน่นเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ช่วยให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัว การใช้ให้ได้ผลดีคือ ละลายน้ำอุ่นแล้วรับประทานทันที ยาดมสมุนไพร ก็เป็นสิ่งที่ควรพกติดตัว เพราะสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ ทำให้สดชื่นและผ่อนคลาย ยาสมุนไพรที่แนะนำทั้งหมด เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ สามารถหาซื้อได้ตามร้ายขายยา ร้านสะดวกซื้อและสามารถเบิกจ่ายยาดังกล่าวได้ตามสิทธิ์ในโรงพยาบาลของรัฐทั่วไป
28 ธ.ค. 2565
กองทัพบกเปิด 86 จุดบริการทั่วประเทศ ดูแลประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่
พลตรีหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้หน่วยทหารทั่วประเทศ บูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดพักรถให้บริการประชาชนบริเวณหน้าค่ายทหาร สถานที่สำคัญ หรือจุดที่มีประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมากใน 86 จุด ทั่วประเทศ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2565 ถึง 4 มกราคม 2566 โดยจุดพักจะมีบริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น รวมถึงจิตอาสาที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางการจราจร แหล่งท่องเที่ยวและมีเจ้าหน้าที่เสนารักษ์เตรียมพร้อมปฐมพยาบาล มีบริการซ่อมรถเบื้องต้น ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ห้องสุขา ตลอดจนรับแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และยังเน้นย้ำเรื่องการเดินทางด้วยความปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ยังได้มอบให้หน่วยทหาร รณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันดูแลผู้ที่มาร่วมกิจกรรมในลักษณะจิตอาสาปาร์ตี้ คอยให้คำแนะนำให้การจัดงาน หรือการเฉลิมฉลองของประชาชน ชุมชน โดยไม่ประมาท มีสติในการเฉลิมฉลองเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการดื่มสุราในช่วงเทศกาลกองทัพบกขอเชิญชวนประชาชน ร่วมอวยพรปีใหม่และส่งกำลังใจให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่แนวชายแดนผ่านเพจเฟซบุ๊กของกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก
28 ธ.ค. 2565
ททท. ชูกลยุทธ์ความสุขขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลุกกระแสเที่ยวไทย ผ่านโฆษณาชุด "มาเที่ยวเถอะนะอยากเจอ"
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจากการรายงานของ World Happiness Report (WHR) องค์กรที่วัดคะแนนความสุข (Happiness score) และจัดอันดับในประเทศต่างๆ ทั่วโลก พบว่า คะแนนความสุขของคนไทยได้มีแนวโน้มลดลงและอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี ททท.จึงได้มีแนวคิดในการนำความสุขมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด "ยิ่งไป ยิ่งให้ ยิ่งสุขใจกว่าที่เคย" นำเสนอผ่านภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบของ Musical Story ชุด "มาเที่ยวเถอะนะอยากเจอ" โดยจะชวนทุกคนมาเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวให้เป็นการออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่สุขใจมากกว่าเดิม ด้วยการเชิญชวนคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่ๆ ที่ปลอดภัย ดีต่อใจและดีต่อโลกให้มากยิ่งกว่าเดิม มุ่งเน้นในการนำเสนอรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่มอบความสุขใน 3 มิติ ได้แก่ Amazing Destinations (แหล่งท่องเที่ยว) : นำเสนอความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย Amazing People (วิถีชีวิตผู้คน) : นำเสนอความน่ารักของมิตรภาพและหัวใจคนไทยในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ประเพณีต่างๆ สินค้าและบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ และ Amazing Care (สังคมและสิ่งแวดล้อม) : นำเสนอการเดินทางท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งนี้ จะดำเนินการสื่อสารความเป็น "Amazing Thailand" ที่แสดงความเป็นแบรนด์ประเทศไทยที่สามารถสร้างความแตกต่าง ประทับใจและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและส่งต่อเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยให้ Amazing ยิ่งกว่าเดิม
28 ธ.ค. 2565
ททท. ชูกลยุทธ์ความสุขขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลุกกระแสเที่ยวไทย ผ่านโฆษณาชุด "มาเที่ยวเถอะนะอยากเจอ"
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจากการรายงานของ World Happiness Report (WHR) องค์กรที่วัดคะแนนความสุข (Happiness score) และจัดอันดับในประเทศต่างๆ ทั่วโลก พบว่า คะแนนความสุขของคนไทยได้มีแนวโน้มลดลงและอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี ททท.จึงได้มีแนวคิดในการนำความสุขมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด "ยิ่งไป ยิ่งให้ ยิ่งสุขใจกว่าที่เคย" นำเสนอผ่านภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบของ Musical Story ชุด "มาเที่ยวเถอะนะอยากเจอ" โดยจะชวนทุกคนมาเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวให้เป็นการออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่สุขใจมากกว่าเดิม ด้วยการเชิญชวนคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่ๆ ที่ปลอดภัย ดีต่อใจและดีต่อโลกให้มากยิ่งกว่าเดิม มุ่งเน้นในการนำเสนอรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่มอบความสุขใน 3 มิติ ได้แก่ Amazing Destinations (แหล่งท่องเที่ยว) : นำเสนอความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย Amazing People (วิถีชีวิตผู้คน) : นำเสนอความน่ารักของมิตรภาพและหัวใจคนไทยในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ประเพณีต่างๆ สินค้าและบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ และ Amazing Care (สังคมและสิ่งแวดล้อม) : นำเสนอการเดินทางท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งนี้ จะดำเนินการสื่อสารความเป็น "Amazing Thailand" ที่แสดงความเป็นแบรนด์ประเทศไทยที่สามารถสร้างความแตกต่าง ประทับใจและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและส่งต่อเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยให้ Amazing ยิ่งกว่าเดิม
28 ธ.ค. 2565
กรมการข้าว ปรับเปลี่ยนศูนย์ข้าวชุมชน เน้นทำงานเชิงรุกแบบครบวงจร เป็นศูนย์กลางกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ศูนย์ข้าวชุมชนเป็นองค์กรตัวแทนของชาวนาทั้งประเทศ ด้านการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย มีบทบาทหน้าที่ในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวของชุมชน การพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนที่ผ่านมา ยังมีข้อจำกัดหลายประการ จึงส่งผลให้ศูนย์ข้าวชุมชนขาดความเข้มแข็ง ตลอดจนการเข้าถึงพี่น้องชาวนาในพื้นที่ได้ไม่ทั่วถึง เพื่อให้ศูนย์ข้าวชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพได้ในแต่ละตำบล รวมไปถึงการเข้าถึงพี่น้องชาวนาได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น กรมการข้าวจึงได้มีการยกระดับจากศูนย์ข้าวชุมชน สู่ศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจร ที่จะเป็นตัวกลางในการบริหารจัดการข้าวได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ - ปลายน้ำ ของพี่น้องชาวนา ในพื้นที่ 6,559 ตำบล รวมพื้นที่ทั้งหมด 62,700,000 ไร่ โดยทุกตำบลต้องได้รับการดูแลและการบริหารจัดการการปลูกข้าวให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ รวมไปถึงการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี เพื่อยกระดับปริมาณและคุณภาพผลผลิตข้าว ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละตำบล ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อพัฒนา ต่อยอดผลิตภัณฑ์ข้าว นำไปสู่การเชื่อมโยงตลาดอย่างครบวงจร สำหรับศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจรนั้น ในแต่ละตำบลจะมีชาวนาอาสาอยู่ในพื้นที่ หมู่บ้านละไม่น้อยกว่า 3 คน โดยกรมการข้าวจะดำเนินการจดทะเบียน และขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครเกษตรประเภทชาวนาอาสา ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกระทรวงเกษตรฯว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร ปี 2563 ให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ของการขับเคลื่อนอาสาสมัครเกษตร ทั้ง 16 ประเภท โดยมอบหมายให้อธิบดีกรมการข้าว หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นนายทะเบียน ในการขึ้นทะเบียนอาสาสมัครเกษตรประเภทชาวนาอาสา เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญสามารถอำนวยประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น
28 ธ.ค. 2565
บรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมกันทั่วประเทศ 14 มกราคม 2566
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับมหาเถรสมาคม จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้ง 76 จังหวัด ในวันที่ 14 มกราคม 2566 โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ากราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่ เพื่อเตรียมการด้านการจัดพิธีฯ โดยจัดพิธีปลงผมนาค วันที่ 13 มกราคม เวลา 13.00 น. ผู้บรรพชาอุปสมบท จำนวน 99 นาค พร้อมกัน ณ วัดที่จังหวัดกำหนด ก่อนประกอบพิธีปลงผม จากนั้น วันที่ 14 มกราคม เวลา 07.00 น. เริ่มพิธีบรรพชาอุปสมบท และจำวัดที่จังหวัดกำหนด เป็นระยะเวลา 15 วันทั้งนี้ เพื่อให้การจัดโครงการฯ นี้ เกิดการปฏิบัติบูชาของข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ญาติ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันทำบุญและประกอบศาสนกิจ เพื่อถวายพระกุศล ถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัด บูรณาการเชิญชวนบุคลากร และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเช้า ถวายภัตตาหารเพล ถวายน้ำปานะ ตามกำลังศรัทธา เพื่อเกิดอานิสงส์จากการรวมความศรัทธาและความจงรักภักดีถวายพระพรแด่พระองค์ท่านในโอกาสนี้ด้วย
28 ธ.ค. 2565
กำชับ 67 นิคมฯ 1 ท่าเรือฯ ไม่ประมาท ฉลองปีใหม่ปลอดภัย สร้างสรรค์ ตามมาตรฐาน PSM
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.กำชับไปยังนิคมอุตสาหกรรม 67 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง ใน 16 จังหวัด เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ซึ่งเป็นวันหยุดยาวนั้น ได้มีการขอความร่วมมือไปยังนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรืออุตสาหกรรมทุกแห่งให้เพิ่มความเข้มงวดเฝ้าระวังความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุ รวมถึงการบาดเจ็บจากกระบวนการผลิตที่มีการใช้สารเคมีอันตรายร้ายแรง ตามระบบ “การจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety Management : PSM)” ซึ่งเป็นมาตรการบริหารจัดการและส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตรายร้ายแรง หรือมีปริมาณครอบครองของเหลวไวไฟ หรือก๊าซไวไฟตามปริมาณที่กำหนดต้องปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันควบคุมและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ โดย กนอ. ได้ออกเป็นข้อบังคับฯ และมีผลบังคับใช้กับโรงงานที่เข้าข่ายในนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งแล้ว
28 ธ.ค. 2565
สื่อสภาตั้งฉายา ส.ส. “3 วันหนี 4 วันล่ม” ส.ว. “ตรา ป.” ไร้ดาวเด่น‘65
ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ร่วมกันตั้งฉายา เพื่อสะท้อนการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติตลอดปี 2565 1.) “สภาผู้แทนราษฎร" ได้รับฉายา "3 วันหนี 4 วันล่ม" ที่ตลอดการประชุมของ ส.ส.ต้องประสบกับปัญหาสภาล่มซ้ำซาก ตั้งแต่วันเปิดสมัยประชุม จนส่งท้ายการประชุม โดยที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน ก็เล่นเกมนับองค์ประชุม ทั้งที่ก็ไม่ได้มาประชุมครบ ขณะที่รัฐบาล ก็ไม่มีความรับผิดชอบรักษาองค์ประชุมในฐานะเสียงข้างมาก รวมถึงช่วงท้ายวาระ ส.ส. ก็ห่วงลงพื้นที่มากกว่ามาประชุม จนซ้ำเติมปัญหาและประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ2.) "วุฒิสภา" ได้รับฉายา "ตรา ป." ที่ยังคงทำหน้าที่รักษาประโยชน์ มรดก คสช. โหวตแต่ละครั้งก็ไม่มีแตกแถว โดยเฉพาะการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแต่ขณะนี้ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรี แยกเส้นทางกันเดิน ทำให้ ส.ว. ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย จนถึงขั้นมีการเช็คชื่อว่า ส.ว. คนไหนสนับสนุน ป.ใด ในการลงมติเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี3.) นายชวน หลีกภัย “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ได้รับฉายา "ชวน ซวนเซ" เพราะการทำหน้าที่ในระยะหลัง ไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายค้าน ต่างจากในอดีตที่สามารถยุติข้อขัดแย้งต่างๆ ได้ แต่ปัจจุบันกลับไม่เป็นผล ถูกลดความยำเกรง ยิ่งไปกว่านั้น นายชวนยังถูก ส.ส.ท้าทาย จนหลายครั้งลงไปเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประสานของวิปรัฐบาลที่ไม่ดีพอ จนทำให้นายชวน เสียหลัก ซวนเซ ไปด้วย4.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย “ประธานวุฒิสภา” ได้รับฉายา "พรเพชร พักก่อน" เนื่องจากในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มักเกิดการประท้วงจาก ส.ส.จนต้องพักการประชุมและถูกวิจารณ์ว่าพักไปรับคำสั่ง จนนายพรเพชร ต้องยกพระขึ้นมาสาบานไม่เคยรับคำสั่งใครและบทบาทการทำหน้าที่ของนายพรเพชร มักถูก ส.ส.ทักท้วง ทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาลเหมือนสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มากกว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบ จึงทำให้เกิดคำถามว่า นายพรเพชร ควรพักก่อนหรือไม่?5.) นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว "ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” ได้รับฉายา "หมอ(ง) ชลน่าน" แม้นายแพทย์ชลน่าน จะมีความโดดเด่นในการทำหน้าที่ จนได้รับฉายาดาวเด่นปี 2564 แต่เมื่อมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ จริง กลับหมอง ไม่โดดเด่น และทำหน้าที่เพียงในนาม รวมถึงบทบาทภายในพรรคเพื่อไทย ก็ยังขาดอิสระ และมีทีท่าทำงานภายใต้การควบคุมของบุคคลอื่น ไม่มีโอกาสจะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค6.) "ดาวเด่น’65" ในปีนี้ ผู้สื่อข่าวรัฐสภา เห็นว่า ในปีนี้ "ไม่มีผู้ใดเหมาะสม" และโดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว7.) "ดาวดับ’65" ได้แก่ "นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน โหนกระแสสังคมหาบทบาทให้กับตนเอง ทั้งคดีของนักแสดงสาว “แตงโม” หรือการว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงของโตโน่ รวมถึงคดีเรือหลวงสุโขทัยอัปปาง ที่ลงพื้นที่ไปสั่งการเจ้าหน้าที่ถึงหน้างาน โดยอ้างความเป็นกรรมาธิการฯ โดยที่ตนเองไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้อง และแสดงความเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกเรื่อง ทั้งที่ไม่ได้รู้จริง ดังนั้น แม้นายมงคลกิตติ์ จะพยายามหาแสงให้ตัวเองมากเพียงใด แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงดาวดับ และตัวตลกการเมืองเท่านั้น8.) “วาทะแห่งปี’65" ได้แก่ "นี่ครับคนปฏิวัติ..ท่านนายกฯ คนเดียว" ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เกิดขึ้นในการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 และ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยกมือและยิ้มยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ ทั้งที่ผิดครรลองประชาธิปไตย จนได้รับเสียงหัวเราะและปรบมือจาก ส.ส.เหมือนเป็นเรื่องตลก ทั้งที่เป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศ9.) “เหตุการณ์แห่งปี” คือ “เหตุการณ์พลิกสูตรหาร 100" โดยมีความพยายามของ ส.ส. และ ส.ว.ทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ทันกำหนด 180 วัน เพื่อพลิกสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 500 กลับไปเป็นสูตรหาร 100 ตามร่างเดิม ซึ่เหตุการณ์?นี้ แสดงให้เห็นว่า ตลอดปี 2565 รัฐสภาวุ่นอยู่กับเรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง ช่วงชิงความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า โดยไม่ได้คำนึงว่าประชาชนจะได้อะไร10.) คู่กัดแห่งปี ได้แก่ “นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ” สมาชิกวุฒิสภา และ “นายรังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกอำนาจการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว.ที่นายรังสิมันต์ มักอภิปรายพาดพิงถึงที่มาของ ส.ว.บ่อยๆ จนทำให้นายกิตติศักดิ์ ประท้วงให้สำเหนียกตัวเอง เพราะยังไม่ยอมชำระนี้ กยศ. และยังเป็น ส.ส.ปัดเศษ ก่อนที่นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า ชำระหนี้มาโดยตลอดจนครบแล้ว เนื่องจากเมื่อมีการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งใด ทั้งนายกิตติศักดิ์ มักปะทะฝีปากกับ ส.ส.พรรคก้าวไกลตลอด โดยเฉพาะกับนายรังสิมันต์ แบบไม่มีใครยอมใคร11.) "คนดีศรีสภา’65" ปีนี้ซึ่งถือเป็นปีที่ 4 ที่ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ยังไม่เห็นว่า จะมี ส.ส. หรือ ส.ว.คนใด เหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าวทั้งนี้ การตั้งฉายาการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ หรือ ส.ส. และ ส.ว. ของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติเป็นประจำทุกปี ในฐานะที่ติดตามการทำหน้าที่ของ ส.ส. และ ส.ว.มาโดยตลอด เพื่อสะท้อนความเห็น และการทำหน้าที่ และคาดหวังให้ฉายาดังกล่าวเป็นกำลังใจให้ ส.ส. และ ส.ว.ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีอยู่แล้ว มุ่งมั่น ตั้งใจ ปฏิบัติหน้าต่อไป ส่วน ส.ส. และ ส.ว.บกพร่องในการทำหน้าที่ ก็ควรทบทวน ปรับปรุงการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีมากขึ้น
27 ธ.ค. 2565
คมนาคม พร้อมรองรับการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ และมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนหลังเปิดประเทศ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้กำหนดมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับมาตรการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ส่วนมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจากจีน กรณีเปิดประเทศในวันที่ 8 มกราคม 2566 ในวันพรุ่งนี้ (28 ธ.ค.) จะลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระล่าช้า อย่างไรก็ดีกระทรวงคมนาคมได้ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุขจะมีการประชุมเตรียมความพร้อมอีกครั้งในวันที่ 5 มกราคม 2566 เพื่อกำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขและการรองรับการเดินทาง โดยยืนยันว่าขณะนี้ประเทศไทยมีศักยภาพสูงพร้อมรองรับการเดินทางนอกจากนี้ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กระทรวงคมนาคม ยังได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์ บนทางหลวงพิเศษ หมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 25 ธันวาคม 2565 ถึง เวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2566
27 ธ.ค. 2565
สธ. แนะปชช.ไม่ต้องกังวลกรณีจีนเตรียมเปิดประเทศ หากฉีดวัคซีนครบ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ยังปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีจีนเตรียมเปิดประเทศ ว่า ขณะนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนและนโยบายจากทางรัฐบาลจีนก่อน ทั้งในส่วนของการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้าจีน และการที่คนจีนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศไทยเองไม่อยากให้มีการตั้งข้อรังเกียจหรือสงสัยเพราะการปฏิบัติในส่วนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาไม่ว่าจะมาจากที่ใดเหมือนกันทั้งหมด สิ่งสำคัญ คือ คนไทยต้องรับวัคซีนให้ครบ 4 เข็ม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและยังคงต้องใช้มาตรการเว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากากในสถานที่ที่แออัดหรือมีผู้คนรวมตัวหนาแน่น เพื่อเสริมให้เกิดภูมิต้านทานและป้องกันโรคได้ ขณะนี้อัตราการติดเชื้อของโควิด-19 ใกล้จะเหมือนไข้หวัดทั่วไปแล้ว โดยพบการติดเชื้อรอบ 2 อาการรุนแรงน้อยลงเหมือนกับไข้หวัดตามฤดูกาล จึงให้กรมควบคุมโรค เร่งสำรวจวิเคราะห์ผลการรับและติดเชื้อโควิดในรอบ 2 ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ อาการของผู้ติดเชื้อมีความแตกต่างกันหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบเบื้องต้นอาการไม่รุนแรงและอาการค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการติดเชื้อในรอบแรก สำหรับการป้องกันโควิด-19 ในปี 2566 กลุ่มที่ต้องรับวัคซีนเข็มกระตุ้นแน่นอนได้แก่ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ,กลุ่มคน 608 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีมวิชาการกำลังศึกษาว่ากลุ่มใดควรรับวัคซีนเข็มกระตุ้นบ้าง และต้องกระตุ้นเพิ่มจำนวนกี่เข็มเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด 19 ในจีนใกล้เคียงกับไทย ดังนั้น คำแนะนำสำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปจีน ควรปฏิบัติตัวใน 3 ข้อสำคัญ คือ ฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มกระตุ้นก่อนเดินทาง 2 สัปดาห์ หากได้รับเข็มสุดท้ายมานานเกิน 4 เดือนแล้ว ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอด ล้างมือบ่อยๆ และปฏิบัติตามมาตรการที่ทางการจีนกำหนด
27 ธ.ค. 2565
ครม. เห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง วางเป้าหมายลดการขาดดุล
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบ แผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2567-2570 โดยมีเป้าหมายปรับลดการขาดดุล เพื่อมุ่งจัดทำงบประมาณให้สมดุลในระยะเวลาที่เหมาะสมในอนาคต โดยปรับลดขนาดการขาดดุลให้ไม่เกินร้อยละ 3.0 ของ GDP ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นไป และก็จะปรับลดขนาดการขาดดุลลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลางและเป้าหมายปี 2566 ด้วย โดยกำหนดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปร้อยละ 1 ถึง 3 ซึ่งก็ถือว่ามีความเหมาะสม เนื่องจากการกำหนดเป้าหมายแบบกว้างในร้อยละ 2 นี้ ทำให้มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับการผันผวนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ในระยะปานกลาง รวมถึงจะช่วยให้เกิดการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาในระยะปานกลางและสามารถที่จะดำเนินการควบคู่ไปกับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตและยั่งยืน และการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินอย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่า ปี 2567 จีดีพี จะอยู่ที่ร้อยละ 3.3 - 4.3 ส่วนอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 1.0 - 2.0 ในปี 2568 รวมถึงปี 2569 GDP จะอยู่ที่ร้อยละ 2.9 - 3.9 ส่วนอัตราเงินเฟ้อก็จะอยู่ในช่วง ร้อยละ 1.2 - 2.2 และในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.3 - 2.3 และในปี 2570 คาดว่า GDP ขยายตัวร้อยละ 2.8 - 3.8 และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.4 - 2.4 โดยมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวดีขึ้นของการลงทุนในประเทศ สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวสำหรับประมาณการหนี้สาธารณะต่อ GDP สำหรับปีงบประมาณ 2567-2570 ยังคงอยู่ภายใต้กรอบ พ.ร.บ. ระเบียบวินัยการเงินการคลัง โดยปี 2566 ร้อยละ 60.64 ปี 2567 ร้อยละ 61.35 ปี 2568 ร้อยละ 61.78 ปี 2569 ร้อยละ 61.69 ปี 2570 ร้อยละ 61.25
27 ธ.ค. 2565
ครม. อนุมัติวงเงิน 2,644 ล้านบาท ช่วยค่าครองชีพผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเงินพิเศษ แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประจำเดือนมกราคม 2566 โดยอนุมัติงบกลาง 2,644 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้มีบัตรฯ จำนวน 13.2 ล้านคน (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 65 ) โดยเป็นการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 200 บาท/คน เป็นระยะเวลา 1 เดือน ประจำเดือนมกราคม 2566 โดยผู้มีบัตรฯ ที่เคยได้รับวงเงิน 200 บาท/คน/เดือน จะได้รับเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 400 บาท/คน/เดือน ผู้มีบัตรฯ ที่เคยได้รับวงเงิน 300 บาท/คน/เดือน จะได้รับเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 500 บาท/คน/เดือน
27 ธ.ค. 2565
โรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบา ไม่ติดต่อระหว่างคน หากสำลักน้ำไม่สะอาดจากแหล่งน้ำสาธารณะ รีบสั่งน้ำออกแรงแรง
นายเเพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานผู้เดินทางชาวเกาหลีใต้ติดเชื้อและเสียชีวิตด้วยอาการสมองอักเสบ จากการติดเชื้ออะมีบา Naegleria fowleri หลังกลับจากประเทศไทย โดยโรคสมองอักเสบมักมีอาการ 1-12 วันหลังได้รับเชื้อ ที่เข้าทางจมูกและเชื้อเข้าสมองผ่านเส้นประสาทรับกลิ่น โดยอาการที่พบ ได้แก่ ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้อาเจียน คอแข็ง ความรู้สึกตัวลดลง ชักเกร็ง อาการจะค่อยๆ แย่ลงและเสียชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมโรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบา พบได้ทั่วโลก ในช่วง 40 ปี ระหว่างปี 2526-2564 ประเทศไทยพบเพียง 17 ราย เป็นสัญชาติไทย 16 ราย และสัญชาตินอร์เวย์ที่เดินทางกลับจากไทย 1 ราย ใน 17 รายนี้มี 14 ราย ที่เสียชีวิต คิดเป็นร้อยละ 82 ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 12 ปี ต่ำที่สุด 8 เดือน มากที่สุด 71 ปี ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่มีประวัติสำลักน้ำที่ไม่สะอาด จากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น สระน้ำ บ่อน้ำ แต่ไม่ติดต่อจากการดื่มน้ำและไม่ติดต่อจากคนสู่คน วิธีการป้องกันการติดเชื้อจากการสำลักน้ำ ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ หรือดำน้ำในเเหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่สะอาด ถ้าสำลักน้ำให้รีบสั่งน้ำออกแรงๆ ทางจมูก รีบล้างจมูกด้วยน้ำต้มสุกที่สะอาด หรือน้ำเกลือ ผู้มีประวัติเสี่ยงร่วมกับมีอาการป่วยน่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำไม่สะอาด สำลักน้ำ หรือการใช้น้ำในการล้างจมูกให้แพทย์ทราบ เพื่อประโยชน์ต่อการวินิจฉัยนายแพทย์ธเรศ กล่าวด้วยว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและขอบคุณการแจ้งข่าวจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ที่ทำให้กรมควบคุมโรคได้ใช้ข้อมูลนี้ในการให้ความรู้เรื่องโรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบา กับประชาชนเพื่อการป้องกันโรค เป็นตัวอย่างความร่วมมือที่ดีของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีที่มีมาอย่างยาวนาน และเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพของทั้งสองประเทศ
27 ธ.ค. 2565
อียูปรับเพิ่ม 7 กลุ่มสินค้า ปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน เตรียมเริ่มบังคับใช้ 1 ต.ค.66
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าการออกมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป (อียู) ว่า ล่าสุดการประชุม 3 ฝ่าย ระหว่างคณะกรรมาธิการยุโรป รัฐสภายุโรป และคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ได้ข้อสรุปให้ขยายขอบเขตการบังคับใช้ CBAM จากเดิม 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย และไฟฟ้า ให้เพิ่มเป็น 7 กลุ่มสินค้า โดยรวมไฮโดรเจนและสินค้าปลายน้ำบางรายการ อาทิ น็อตและสกรูที่ทำจากเหล็กและเหล็กกล้า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม อาทิ ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งได้ข้อสรุปในรายละเอียดสำคัญของมาตรการดังกล่าวแล้ว และจะเริ่มบังคับใช้มาตรการ CBAM ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีแรก (1 ตุลาคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2568) ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้นำเข้าสินค้า 7 กลุ่ม มีหน้าที่รายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าที่ผลิตและจะเริ่มบังคับใช้มาตรการอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องซื้อใบรับรอง CBAM ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้านั้น โดยขั้นตอนต่อไป รัฐสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ต้องเห็นชอบร่างกฎหมาย CBAM เป็นทางการ และคณะกรรมาธิการยุโรปต้องจัดทำกฎหมายลำดับรอง เพื่อกำหนดรายละเอียดในทางปฏิบัติก่อนที่มาตรการ CBAM จะมีผลใช้บังคับในเดือนตุลาคม 2566อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องนำมารายงานอียูภายใต้มาตรการฯ และควรพิจารณาทางเลือกใหม่ในกระบวนการผลิต เพื่อให้ปล่อยคาร์บอนต่ำ นำพลังงานสะอาดและหมุนเวียนมาใช้ เพื่อลดภาระในการซื้อใบรับรอง CBAM ในอนาคต ขณะเกียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กระทรวงพาณิชย์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการไทยแล้ว
27 ธ.ค. 2565
สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน 7 ทิศทางสุขภาพคนไทยน่าจับตา
นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวเปิดงาน ThaiHealth Watch 2023 หรืองานจับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566 : สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน ว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)มุ่งสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพ เปิด “งาน ThaiHealth Watch 2023 หรืองานจับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566 : สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน” สานพลังภาคีเครือข่ายทางวิชาการ พัฒนานวัตกรรม ThaiHealth Watch จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย เพื่อให้ข้อมูลและปัจจัยเสี่ยงสุขภาพที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นใหม่ภายใต้แนวคิด สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน เพื่อทุกคนเดินหน้าเปลี่ยนวิถีชีวิต ลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ปรับตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในสังคมอย่างเข้าใจและเท่าทัน นำไปสู่สังคมสุขภาวะที่ยั่งยืนงานThaiHealth Watch 2023 มี 7 ประเด็นทิศทางสุขภาพสำคัญคือ ลองโควิด เมื่อไวรัสตัวร้ายจากไป แต่ทิ้งบางสิ่งไว้เป็นของฝาก พบผู้ป่วยติดเชื้อถึง 50% มีภาวะลองโควิด ที่น่าห่วงคือ กลุ่มผู้ป่วยโรค NCDs กว่า 1 ใน 4 มีความเสี่ยงสูง ส่งผลต่อสุขภาพจิตที่กระทบการใช้ชีวิตในระยะยาว สานพลังคือทางออก เมื่อภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ พบกว่า 99% ต้องสูดอากาศที่มีมลพิษ ฝุ่น PM 2.5 ไนโตรเจนไดออกไซด์ในระดับที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่าล้านคน/ปี รวมถึงวิกฤตโลกร้อน สหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่าอีก 80 ปี ทั่วโลกจะเผชิญภาวะความเครียดจากความร้อนที่กระทบต่อร่างกายในทุกมิติ ภาวะหมดไฟที่ลุกลาม รับมืออย่างไรให้สุขทั้งองค์กรและคนทำงาน รูปแบบการทำงานแบบลูกผสม (Hybrid Working) ทำให้พบ 76% ของพนักงานบริษัทมีความเหงาที่ส่งผลต่อจิตใจ เกิดเป็นกระแสการลาออกครั้งใหญ่ในระบบอุตสาหกรรมผู้สูงอายุพร้อมแค่ไหน เมื่อไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ อีก 5 ปี จะมีผู้สูงอายุติดเตียงกว่า 2 แสนคน ติดบ้านอีกกว่า 3.5 แสนคน ในทางกลับกันพบกว่า 60% ไม่มีความพร้อมด้านการเงิน ต้องเร่งสร้างเสริมสุขภาวะทุกมิติ ทั้งการเงิน ที่อยู่อาศัย การดูแล เพื่อเตรียมพร้อมสู่วัยเกษียณที่มีคุณภาพ ปลดล็อกความเข้าใจ ในวันที่ไทยปลดล็อกกัญชา พบ 32% มีประสบการณ์เกี่ยวกับกัญชา ผ่านอาหารเครื่องดื่ม รักษาโรค แต่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ว่ากัญชามีทั้งคุณประโยชน์และโทษ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็กเยาวชน ที่ใช้ผิดวิธี บุหรี่ไฟฟ้า ภัยซ่อนเร้น ต้นเหตุจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน พบเด็กเยาวชน ได้รับข้อมูลทางสื่อออนไลน์เฉลี่ย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ต้องดูแลใกล้ชิดป้องกันการเพิ่มจำนวนของนักสูบหน้าใหม่มิติใหม่แห่งการสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ พบกิจกรรมออนไลน์ยอดนิยมคนไทยคือ จองคิวปรึกษาแพทย์ถึง 86.16% สสส. เห็นถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เร่งสานพลังภาคีเครือข่าย พัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับความรอบรู้ทางสุขภาพที่ถูกต้อง อาทิ เชื่อมเทคโนโลยีเมตาเวิร์สเข้ากับเกม สร้างเว็บไซต์ Empower Living เพื่อเสริมพลังสุขภาวะในกลุ่มเปราะบาง ล่าสุด พัฒนาแอปพลิเคชัน Persona Health สร้างระบบนิเวศทางสุขภาพที่รองรับทุกกลุ่ม มุ่งเสริมความรอบรู้สุขภาพเฉพาะรายบุคคล ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/thaihealth-watch”
27 ธ.ค. 2565
มั่นใจท่องเที่ยวปี 66 ดันรายได้ถึง 2.38 ล้านล้านบาท หวังพลิกโฉมท่องเที่ยว คาดจีนเปิดประเทศ Q1 ปีหน้า
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในงานสัมมนา GO THAILAND : ธุรกิจไทยต้องไปต่อ ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10.3 ล้านคนแล้ว ซึ่งทะลุเป้าหมาย 10 ล้านคนที่วางไว้ หากมีการเดินทางเข้าไทยทั้งผ่านด่านทางบกและอากาศเฉลี่ยวันละ 7-8 หมื่นคนเช่นนี้ ก็มีแนวโน้มว่าตลอดทั้งปีนี้ไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 11.5 ล้านคน ขณะที่การเดินทางเที่ยวในประเทศของคนไทยในปีนี้ (ข้อมูลตัวเลข ณ วันที่ 12 ธ.ค.65) มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยอยู่ที่ 175 ล้านคน-ครั้ง จากอานิสงส์เราเที่ยวด้วยกัน เมื่อรวมรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งตลาดต่างชาติและไทยเที่ยวไทยตลอดทั้งปีนี้น่าจะอยู่ที่ 1.28 ล้านล้านบาทส่วนในปี 2566 รัฐบาลตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยว กลับคืนมาร้อยละ 80 ของช่วงก่อนโควิด และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับคืนมาร้อยละ 50 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.38 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ซึ่งยังไม่รวมนักท่องเที่ยวจีนและคนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 180 ล้านคน-ครั้งนายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มั่นใจว่าจีนจะเปิดประเทศภายในไตรมาส 1 ปีหน้าซึ่งอาจเร็วกว่าที่คาดไว้ แต่ต้องรอให้มีการประชุม 2 สภาของจีนก่อน โดยจะเป็นการเปิดแบบเป็นขั้นเป็นตอนในบางจังหวัด ซึ่งไทยน่าจะมีความหวัง เพราะไทย-จีนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด
27 ธ.ค. 2565
ชิมหม่อน ชมไหม ส่งสุขปีใหม่ 2566 ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน 27 ธันวาคม 2565 - 2 มกราคม 2566
นายประกอบ เผ่าพงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า โครงการ “ชิมหม่อน ชมไหม ส่งสุขปีใหม่ 2566” ที่สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 1 จังหวัดแพร่ และศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน จัดโครงการดังกล่าวขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อมอบของขวัญให้กับประชาชนในช่วงปีใหม่ 2566 กรมหม่อนไหมได้ดำเนินการโครงการดังกล่าว โดยปรับภูมิทัศน์ปรับปรุงฐานการเรียนรู้ด้านหม่อนไหม เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมหาความรู้และพักผ่อนในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ พร้อมทั้งได้จัดทำฐานเรียนรู้หม่อนไหมต่างๆ ได้แก่ อุโมงค์หม่อนผลสด จุดเรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหมและผ้าไหมของกลุ่มผู้ประกอบการ ห้องนิทรรศการหม่อนไหมครบวงจร การเลี้ยงไหม การสาวไหม การย้อมสีธรรมชาติ การผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และไหมพันธุ์อนุรักษ์ ตลอดจนจุดเรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2566 ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2565 - 2 มกราคม 2566
27 ธ.ค. 2565
กระทรวงการคลัง จะเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณากรอบวงเงินงบประมาณปี 2567
การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (27ธ.ค.65) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน มีวาระที่น่าสนใจคือ กระทรวงการคลัง เสนอกรอบวงเงินงบประมาณปี 2567 ซึ่งอยู่ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2566 - 2569 ฉบับเดิม ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ได้เห็นชอบไปก่อนหน้านี้ กำหนดประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิ วงเงิน 2.56 ล้านล้านบาท ประมาณการงบประมาณรายจ่าย วงเงิน 3.27 ล้านล้านบาท จัดทำงบประมาณแบบขาดดุล จำนวน 7.1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.8 ต่อ GDP ส่วนยอดหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ร้อยละ 65.59 และ ประมาณการ GDP ขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.9 – 3.9กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5” เป็นของขวัญปีใหม่ 2566 ให้กับประชาชน กำหนดจำนวนสิทธิ 400,000-500,000 ห้อง/คืน ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสูงสุด 3,600 บาท แบ่งเป็น ค่าห้องพักไม่เกิน 3,000 บาท และวอยเชอร์อีก 600 บาท คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 1,440-1,800 ล้านบาท ส่วนมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว เป็นงบสำหรับการทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วงเงินประมาณ 2,200-2,500 ล้านบาท
26 ธ.ค. 2565
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยัน ไม่มีนโยบายงดจัดงานรื่นเริงในช่วงเทศกาลปีใหม่
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทย ไม่มีนโยบายหรือคำสั่งให้หน่วยงานราชการในสังกัด และสถานประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบ งดการจัดงานรื่นเริงเนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566 แต่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำหนดมาตรการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลประชาชน โดยจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ตรวจตราและเข้มงวดกวดขันสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ เรื่องเวลาเปิด – ปิด การห้ามไม่ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนดเข้าไปใช้บริการ ไม่ให้มีการนำอาวุธ ยาเสพติดเข้าไปในสถานประกอบการไม่ให้มีการมั่วสุมกระทำความผิด และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งตรวจสอบเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย และแจ้งให้ผู้ประกอบการ คำนึงถึงจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการ หรือร่วมกิจกรรม ไม่ให้แออัดหนาแน่นจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เสียชีวิตจากการเบียดของคนจำนวนมาก (Crowd crush) เช่นที่เคยเกิดในต่างประเทศ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรการด้านสุขลักษณะป้องกันความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ให้ทุกจังหวัด รณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งเรื่องเมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ สวมหมวกนิรภัย รัดเข็มขัดนิรภัย ขับไม่โทร ไม่เล่นไลน์ เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางสัญจรอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งประชาสัมพันธ์สายด่วนศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 แจ้งเหตุเพลิงไหม้ – ดับเพลิง 199 หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม1567 และสามารถขอรับความช่วยเหลือ หรือขอรับบริการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ได้ที่จุดให้บริการประชาชน ทั้งถนนสายหลัก และถนนสายรอง ทั่วประเทศ
26 ธ.ค. 2565
สปสช.เพิ่มบริการการแพทย์ทางไกล ดูแล 42 กลุ่มโรคผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพ นำร่องพื้นที่ กทม. เริ่ม 26 ธ.ค.นี้
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า บริการแพทย์ทางไกลเป็นการขยายการให้บริการแก่ผู้ป่วยนอกสิทธิบัตรทอง 30 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน Good Doctor Technology และ แอปพลิเคชัน Clicknic โดยครอบคลุม 42 กลุ่มโรคและอาการ อาทิ ตาแดงจาก/ เนื้อเยื่ออักเสบ /วิงเวียน มึน / อาการ/ ไข้ ไม่ระบุชนิด /เวียนศีรษะบ้านหมุนเฉียบพลัน /การติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย โดยนำร่องบริการให้ผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเป็นโรคทั่วไปเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มให้บริการตั้งแต่บัดนี้ (26 ธันวาคม 2565) เป็นต้นไป ทั้งนี้ประชาชนสิทธิบัตรทองที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ กทม. หากมีอาการเจ็บป่วยตาม 42 กลุ่มโรคและอาการ สามารถติดต่อผ่านไลน์ได้ของทั้ง 2 แอปพลิเคชัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่แนะนำขั้นตอน เมื่อพบแพทย์ออนไลน์แล้ว จะมีการจัดส่งยาไปให้ที่บ้านหรือที่อยู่ที่ท่านพักอาศัย แต่หากผู้มีสิทธิบัตรทองที่มีหน่วยบริการประจำอยู่ต่างจังหวัด หากเดินทางมาทำธุระใน กทม.เป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วเกิดอาการเจ็บป่วยตาม 42 กลุ่มโรคหรืออาการดังกล่าว ก็สามารถใช้สิทธิได้ ทพ.อรรถพร ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2566 นอกจากการเข้าถึงการรักษาพยาบาลแล้ว ทางสปสช.จะขยายการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค อาทิ การตรวจคัดกรองต่างๆ การฝากครรภ์ การดูแลบุตรในครรภ์ การฉีดวัคซีน ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ทั้งนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330
26 ธ.ค. 2565
สปสช.เพิ่มบริการการแพทย์ทางไกล ดูแล 42 กลุ่มโรคผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพ นำร่องพื้นที่ กทม. เริ่ม 26 ธ.ค.นี้
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า บริการแพทย์ทางไกลเป็นการขยายการให้บริการแก่ผู้ป่วยนอกสิทธิบัตรทอง 30 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน Good Doctor Technology และ แอปพลิเคชัน Clicknic โดยครอบคลุม 42 กลุ่มโรคและอาการ อาทิ ตาแดงจาก/ เนื้อเยื่ออักเสบ /วิงเวียน มึน / อาการ/ ไข้ ไม่ระบุชนิด /เวียนศีรษะบ้านหมุนเฉียบพลัน /การติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย โดยนำร่องบริการให้ผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเป็นโรคทั่วไปเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มให้บริการตั้งแต่บัดนี้ (26 ธันวาคม 2565) เป็นต้นไป ทั้งนี้ประชาชนสิทธิบัตรทองที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ กทม. หากมีอาการเจ็บป่วยตาม 42 กลุ่มโรคและอาการ สามารถติดต่อผ่านไลน์ได้ของทั้ง 2 แอปพลิเคชัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่แนะนำขั้นตอน เมื่อพบแพทย์ออนไลน์แล้ว จะมีการจัดส่งยาไปให้ที่บ้านหรือที่อยู่ที่ท่านพักอาศัย แต่หากผู้มีสิทธิบัตรทองที่มีหน่วยบริการประจำอยู่ต่างจังหวัด หากเดินทางมาทำธุระใน กทม.เป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วเกิดอาการเจ็บป่วยตาม 42 กลุ่มโรคหรืออาการดังกล่าว ก็สามารถใช้สิทธิได้ ทพ.อรรถพร ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2566 นอกจากการเข้าถึงการรักษาพยาบาลแล้ว ทางสปสช.จะขยายการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค อาทิ การตรวจคัดกรองต่างๆ การฝากครรภ์ การดูแลบุตรในครรภ์ การฉีดวัคซีน ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ทั้งนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330
26 ธ.ค. 2565
การรถไฟ ฯ เพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษ สายเหนือ-สายตะวันออกเฉียงเหนือ รองรับการเดินทางประชาชนช่วงปีใหม่
นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 คาดการณ์ว่าจะมีประชาชน และนักท่องเที่ยวเดินทางรถไฟจำนวนมาก การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงเปิดให้บริการขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร จำนวน 6 ขบวน ไป-กลับ ในเส้นทางสายเหนือ 2 ขบวน และสายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน ซึ่งเป็นรถนั่งชั้น 3 จำนวน 54 คัน รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มประมาณ 8,000 คน/วันนอกจากนี้ ได้มีการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มเติมเข้ากับขบวนรถที่เดินประจำในทุกเส้นทางให้เต็มหน่วยลากจูง เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2565 - 4 มกราคม 2566 สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 100,000 คนต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อการเดินทาง และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง สำหรับขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร จำนวน 6 ขบวน ประกอบด้วยเที่ยวไป วันที่ 29 ธันวาคม 2565 จำนวน 3 ขบวน สายเหนือ 1 ขบวน ได้แก่ - ขบวนรถที่ 955 กรุงเทพ-ศิลาอาสน์ ออกจากกรุงเทพ เวลา 22.30 น. ถึงเวลา 07.30 น. สายตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ขบวน ได้แก่ - ขบวนรถที่ 967 กรุงเทพ-อุดรธานี ออกจากกรุงเทพ เวลา 21.15 น. ถึงเวลา 08.10 น. - ขบวนรถที่ 977 กรุงเทพ-อุบลราชธานี ออกจากกรุงเทพ เวลา 21.45 น. ถึงเวลา 09.00 น.ส่วนเที่ยวกลับ วันที่ 2 มกราคม 2566 จำนวน 3 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 1 ขบวน ได้แก่ - ขบวนรถที่ 962 ศิลาอาสน์-กรุงเทพ ออกจากศิลาอาสน์ เวลา 19.40 น. ถึงเวลา 04.10 น. สายตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ขบวน ได้แก่ - ขบวนรถที่ 934 อุบลราชธานี-กรุงเทพ ออกจากอุบลราชธานี เวลา 19.30 น. ถึงเวลา 06.25 น. - ขบวนรถที่ 936 อุดรธานี-กรุงเทพ ออกจากอุดรธานี เวลา 21.10 น. ถึงเวลา 07.30 น.ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค สำหรับอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยการเดินทางแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ สารเสพติดของพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถ และประจำสถานีก่อนปฏิบัติหน้าที่รวมถึงห้ามจำหน่าย และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนขบวนรถทุกขบวน และบริเวณสถานีรถไฟทุกแห่ง
26 ธ.ค. 2565
เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค และ สสจ.นนทบุรี อ้างมีหมายจับซื้อขายวัคซีนผิดกฎหมาย อย่าหลงเชื่อโอนเงิน หรือให้ข้อมูลส่วนตัว เด็ดขาด
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิระดับ 11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนหลายรายว่ามีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี โทรติดต่อแล้วแจ้งว่ามีหมายจับกรณีซื้อขายวัคซีนผิดกฎหมาย ให้รีบแจ้งความลงบันทึกประจำวัน โดยอ้างอิงเบอร์โทรกลับที่เป็นเบอร์ของกรมควบคุมโรค เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และยังสามารถระบุเลขบัตรประจำตัวของประชาชนที่โทรไปหาได้ถูกต้อง พร้อมรับอาสาแจ้งความออนไลน์ให้หากไม่สะดวกไปแจ้งความด้วยตนเอง เฉพาะวันนี้มีประชาชนติดต่อมาแจ้งเรื่องดังกล่าวแล้ว 3 รายกระทรวงสาธารณสุขจึงขอย้ำว่าไม่เคยดำเนินการเรื่องแจ้งข้อหาความผิดใดๆ แก่ประชาชนทั้งสิ้น เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ อย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือโอนเงินให้เด็ดขาด ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามตรวจสอบเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป หากประชาชนมีข้อสงสัยขอให้โทรติดต่อสอบถามมายังกระทรวงสาธารณสุข โทร 02-590-1000 หรือสอบถามหน่วยงานที่ถูกแอบอ้างชื่อโดยตรงเพื่อตรวจสอบข้อมูล ป้องกันการตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว
26 ธ.ค. 2565
กระทรวงพลังงาน หารือภาคเอกชน หาแนวทางลดค่าไฟฟ้า คาดชัดเจน 28 ธันวาคม นี้
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า งวดเดือนมกราคม – เมษายน 2566 ว่า ได้หารือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) แล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางและอัตราที่เหมาะสม เบื้องต้นคาดว่า ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ได้แก่ ธุรกิจ อุตสาหกรรม และบริการ จะลดลงจากอัตรา 190.44 สตางค์ต่อหน่วยได้ หรือค่าไฟเฉลี่ยรวมเป็น 5.69 บาท แต่จะลดลงได้มากน้อยเท่าใด ยังต้องรอสรุปจากปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งจะมีความชัดเจนในวันที่ 28 ธ.ค. นี้ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้เข้ามาดูแลข้อเรียกร้องของภาคเอกชนเรื่องค่าไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือประชาชน โดยตรึงค่าFt งวดเดือนมกราคม – เมษายน 2566 ประเภทบ้านที่อยู่อาศัย ที่มีประมาณ 25 ล้านครัวเรือน ไว้เฉลี่ยที่ 4.72 บาทต่อหน่วย เนื่องจากพบว่ากลุ่มดังกล่าว มีการใช้ไฟฟ้าลดลง ขณะที่ภาคเอกชนมีการใช้เพิ่มขึ้น จึงทำให้ต้องยิ่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาสูงมาก จากผลกระทบของสงครามรัสเซียและยูเครน ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้ค่าไฟแพง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงหาแนวทางช่วยเหลือและพร้อมพูดคุย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของภาคเอกชนด้วย
26 ธ.ค. 2565
หญิงตั้งครรภ์ออกกำลังกาย เพิ่มสุขภาพตัวคุณแม่และลดสภาวะต่างๆ ช่วงใกล้คลอดและหลังคลอดได้
นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการแถลงข่าวลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนแนวปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด ว่า ลูกจะแข็งแรงบนพื้นฐานสุขภาพแม่ที่แข็งแรง ดังนั้นต้องร่วมมือกันสร้างองค์ความรู้ให้แก่หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งบางครั้งมีความเชื่อแต่โบราณอย่างผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรออกกำลังกาย ซึ่งจริงๆ การออกกำลังกายในแต่ละรูปแบบจะเพิ่มสุขภาพตัวคุณแม่และลดสภาวะต่างๆ ช่วงใกล้คลอดและหลังคลอดได้ขณะที่ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปกติเมื่อตั้งครรภ์ ธรรมชาติจะสั่งให้ร่างกายง่วงง่าย เหนื่อยง่าย ต้องการการพักผ่อน ความเชื่อผิดๆ ว่า ตั้งครรภ์อย่าทำอะไรเยอะ อย่าออกกำลังกายจะเกิดอันตรายต่อลูกเป็นความเข้าใจที่ผิด การที่เรารับประทานอาหารมาก พักมาก ทำให้อ้วนได้ การออกกำลังกายจะช่วยไม่ให้น้ำหนักตัวแม่มากเกินไป เพราะการกินอาหารที่มากไปลูกจะตัวใหญ่คลอดยาก แม่ที่อ้วนมากๆ จะเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือครรภ์เป็นพิษได้ และทำให้ปัสสาวะเล็ด เพราะว่ามีการยืดขยายของช่องทางคลอด การไม่ออกกำลังกายทำให้ยืดได้ง่ายและไม่คืนรูปด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ตอนท้องควรน้ำหนักเพิ่มแค่ 4-7 กิโลกรัม การออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรือเฉลี่ย 30 นาทีต่อวัน แต่ลักษณะการออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์ต้องเหมาะสมตามช่วงอายุครรภ์และตามลักษณะของการตั้งครรภ์ เช่น การเดิน สควอต ขี่จักรยานอยู่กับที่ แต่ที่ดีคือ การออกกำลังกายในน้ำ
26 ธ.ค. 2565
หญิงตั้งครรภ์ออกกำลังกาย เพิ่มสุขภาพตัวคุณแม่และลดสภาวะต่างๆ ช่วงใกล้คลอดและหลังคลอดได้
นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการแถลงข่าวลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนแนวปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด ว่า ลูกจะแข็งแรงบนพื้นฐานสุขภาพแม่ที่แข็งแรง ดังนั้นต้องร่วมมือกันสร้างองค์ความรู้ให้แก่หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งบางครั้งมีความเชื่อแต่โบราณอย่างผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรออกกำลังกาย ซึ่งจริงๆ การออกกำลังกายในแต่ละรูปแบบจะเพิ่มสุขภาพตัวคุณแม่และลดสภาวะต่างๆ ช่วงใกล้คลอดและหลังคลอดได้ขณะที่ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปกติเมื่อตั้งครรภ์ ธรรมชาติจะสั่งให้ร่างกายง่วงง่าย เหนื่อยง่าย ต้องการการพักผ่อน ความเชื่อผิดๆ ว่า ตั้งครรภ์อย่าทำอะไรเยอะ อย่าออกกำลังกายจะเกิดอันตรายต่อลูกเป็นความเข้าใจที่ผิด การที่เรารับประทานอาหารมาก พักมาก ทำให้อ้วนได้ การออกกำลังกายจะช่วยไม่ให้น้ำหนักตัวแม่มากเกินไป เพราะการกินอาหารที่มากไปลูกจะตัวใหญ่คลอดยาก แม่ที่อ้วนมากๆ จะเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือครรภ์เป็นพิษได้ และทำให้ปัสสาวะเล็ด เพราะว่ามีการยืดขยายของช่องทางคลอด การไม่ออกกำลังกายทำให้ยืดได้ง่ายและไม่คืนรูปด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ตอนท้องควรน้ำหนักเพิ่มแค่ 4-7 กิโลกรัม การออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรือเฉลี่ย 30 นาทีต่อวัน แต่ลักษณะการออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์ต้องเหมาะสมตามช่วงอายุครรภ์และตามลักษณะของการตั้งครรภ์ เช่น การเดิน สควอต ขี่จักรยานอยู่กับที่ แต่ที่ดีคือ การออกกำลังกายในน้ำ
26 ธ.ค. 2565
ไปรษณีย์ไทยส่งมอบความสุขประชาชนตลอดเทศกาลปีใหม่ ผ่านบริการ EMS ส่งด่วนทั่วไทย ให้บริการพิเศษเริ่มต้น 25 บาท
นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรมส่งมอบของขวัญปีใหม่ 2566 ด้วยอัตราค่าบริการ EMS ส่งด่วนทั่วไทย ในราคาพิเศษ เริ่มต้นที่ 25 บาท น้ำหนักไม่เกิน 20 กรัม ราคาเดียว ทุกปลายทางทั่วไทย เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2565 ถึง 5 มกราคม 2566 สามารถใช้บริการได้ ณ ไปรษณีย์ไทยทุกแห่งทั่วประเทศ ร้านไปรษณีย์ไทย และไปรษณีย์อนุญาตสาขาที่ร่วมรายการ ซึ่งถือเป็น ช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านไม่สะดวก หรือ ต้องการส่งของขวัญให้กันสามารถส่งไปรษณีย์เพื่อให้ส่งต่อความรักความผูกพันถึงกันได้ สำหรับปี 2566 ไปรษณีย์ไทยยังสนับสนุนภาคธุรกิจ e-Commerce ให้แก่ ร้านค้าออนไลน์ที่จำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม LINE SHOPPING ให้ได้รับค่าจัดส่ง EMS ในราคาพิเศษอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเริ่มต้น 19 บาท น้ำหนักไม่เกิน 1,000 กรัม เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า อีกทั้งยังพัฒนาคุณภาพของบริการ EMS ส่งด่วนทั่วไทย สามารถเพิ่มขนาดฝากส่งสูงสุดให้ถึง 30 กิโลกรัม จากเดิม 20 กิโลกรัม เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยอัตราค่าบริการทุกน้ำหนักจะไม่บวกเพิ่ม ไม่เก็บค่าขนส่งในพื้นที่ห่างไกลส่งด่วนถึงภายใน 1-2 วัน พร้อมนำจ่ายทุกวันไม่มีวันหยุด
26 ธ.ค. 2565
มะพร้าวกะทิน้ำหอมพันธุ์แท้ ทางเลือกใหม่ สร้างรายได้แบบก้าวกระโดด
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มะพร้าวกะทิเป็นที่ต้องการของตลาดมีแนวโน้มการขยายตัวของตลาดมะพร้าวกะทิสูงขึ้นทุกปี เนื่องจากมะพร้าวกะทิเป็นมะพร้าวที่หายาก ส่งผลให้มีราคาสูงกว่ามะพร้าวธรรมดาหลายเท่าตัวอย่างไรก็ตาม โดยปกติในธรรมชาติไม่มีต้นมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ เนื่องจากผลที่เป็นมะพร้าวกะทิไม่สามารถงอกได้โดยธรรมชาติ โดยในมะพร้าว 1,000 ลูกจะพบมะพร้าวกะทิเพียง 1-3 ลูก ทำให้ผลผลิตมะพร้าวกะทิไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ซึ่งการขยายพันธุ์ต้องใช้คัพภะ (ต้นอ่อนของพืช) ที่พึ่งเริ่มพัฒนาตามธรรมชาติที่ถุงรังไข่ มาเพาะเลี้ยงด้วยอาหารสังเคราะห์ เพื่อให้เกิดเป็นต้นพืชโดยตรง หากสามารถทำให้มะพร้าวทุกผลเป็นมะพร้าวกะทิจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรแบบก้าวกระโดดและสร้างความยั่งยืนในอาชีพศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร ได้พัฒนาพันธุ์มะพร้าวกะทิวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการขยายพันธุ์มะพร้าวกะทิด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงคัพภะ และเป็นผู้วางรากฐานในการผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิ และมีนางปริญดา หรูนหีม เป็นผู้วิจัยหลักในการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ร่วมกับนักวิจัยและทีมงานศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร ได้วิจัยปรับปรุงพันธุ์และพัฒนาพันธุ์มะพร้าวกะทิพันธุ์แท้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้พันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงไม่ต่ำกว่า 80 ผล/ต้น/ปี ขนาดผลไม่ต่ำกว่า 1,500 กรัม/ผล และมีผลผลิตที่เป็นมะพร้าวกะทิทุกผล จากนั้นได้ดำเนินปลูกทดสอบมะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้ (NHK-C2) จำนวน 121 ต้น ระหว่างปี 2556–2565 ที่สวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตต่อไร่ ผลตอบแทนสุทธิ เฉลี่ย 4 ปี พบว่า ต้นทุนการผลิตต่อไร่ของมะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้คือ 9,393 บาทต่อไร่ ผลตอบแทนสุทธิ 155,607 บาทต่อไร่ ซึ่งมากกว่ามะพร้าวกะทิลูกผสมพันธุ์ชุมพร 84-2 ที่มีผลตอบแทนสุทธิ 41,419 บาทต่อไร่ ในขณะที่มะพร้าวแกงที่มีผลตอบแทนสุทธิ 8,362 บาทต่อไร่ กล่าวคือ มะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้มีผลตอบแทนสุทธิสูงกว่า มะพร้าวลูกผสมกะทิ พันธุ์ชุมพร 84-2 ถึง 276 เปอร์เซ็นต์ และสูงกว่ามะพร้าวแกงถึง 1,761 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากราคาจำหน่ายมะพร้าวแกง 9 บาท ส่วนราคาจำหน่ายมะพร้าวกะทิ 80 บาท ดังนั้นการปลูกมะพร้าวกะทิจึงเป็นการสร้างรายได้แบบก้าวกระโดดให้กับเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว
26 ธ.ค. 2565
ฉายารัฐบาลปี 2565 "หน้ากากคนดี" ฉายานายกรัฐมนตรี "แปดเปื้อน" พล.อ.ประวิตร ได้ฉายา "ลองนายก"
ผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2565 ว่า การตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปีของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา ซึ่งเป็นการ "สะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของรัฐบาล โดยปราศจากอคติ" โดยฉายารัฐบาล : "หน้ากากคนดี" เป็นอีกหนึ่งปีที่ทุกคนยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกัน ภายใต้หน้ากากของรัฐบาล ที่สร้างภาพจำตลอดเวลาว่าเป็นคนดี นโยบายทุกอย่างทำเพื่อบ้านเมือง และประชาชน แต่กลับเกิดข้อกังขาว่ายังเดินตามเจตนารมณ์ที่ประกาศไว้ได้หรือไม่เช่น นโยบายกัญชา หรือการประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีความคลุมเครือ ว่าประโยชน์ที่ได้นั้น เป็นของประชาชนหรือนักการเมืองกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของพรรคการเมืองใด เมื่อออกมาในนามรัฐบาล ประชาชนจึงเกิดความเคลือบแคลงสงสัย ว่าภายใต้หน้ากากที่ประกาศเป็นคนดีนั้น จริงหรือไม่?พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม : "แปดเปื้อน"ขณะที่ฉายารัฐมนตรี ได้แก่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี : "ลองนายกฯ" นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี : "เครื่องจักรซักล้าง" นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข : "ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย" นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ : "ประกันไรได้" นายดอน ปรมัติวินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ : "ลุ่มๆ ดอนๆ" นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน : "Powerblank" พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย : "หน้าชัด หลังเบลอ" นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน : "รมต.แรงลิ้น" นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : "วันทอง 2 ป."สำหรับวาทะแห่งปี : "เกลียดหรือไม่เกลียดก็ช่างคุณเถอะ เพราะผมไม่รู้" เป็นคำพูดของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ในหัวข้อ บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมือง ในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ
26 ธ.ค. 2565
แจ้งเตือนพื้นที่ภาคใต้เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ย้ำเรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงสภาพอากาศสัปดาห์นี้ ว่า ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังคลื่นลมจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้มีคลื่นลมสูงโดยเฉพาะอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะสูงมากกว่า 3-4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งทะเลอันดามันคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ประชาชนที่อยู่บริเวณชายฝั่งให้ระมัดระวังเคลื่อนซัดเข้าหาฝั่ง พร้อมย้ำเรือเล็กงดออกจากฝั่งในวันนี้ (26 ธ.ค.65) รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น และในช่วงวันที่ 29 ธันวาคมจนถึงช่วงต้นสัปดาห์ของปี 2566 มวลอากาศเย็นค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมปกคลุมอีกครั้ง จะทำให้อุณภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส เป็นฤดูที่เหมาะกับการท่องเที่ยว ยอดดอยและยอดภูอากาศหนาวจัดต่ำกว่า 4-10 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมเครื่องนุ่งห่มรับสถานการณ์ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศเย็นอุณภูมิเฉลี่ย 18-22 องศาเซลเซียส ในช่วงเทศกาลปีใหม่
26 ธ.ค. 2565
เกษตรช่วยประชาชน ลดค่าครองชีพ 27-29 ธันวาคมนี้ ส่งความสุขต้อนรับปีใหม่ 2566
นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อานวยการ อ.ต.ก. กล่าวว่า โครงการเกษตรช่วยประชาชน ลดค่าครองชีพเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการสนับสนุนเกษตรกรส่งเสริมสินค้าเกษตรโดยมอบหมายให้อ.ต.ก.เป็นศูนยก์ลางในการซื้อขายสินค้า เกษตร ทั้งด้านการผลิต การจาหน่าย การตลาดและดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกร สถาบัน เกษตรกร นำผลิตผลมาตรฐานปลอดภัยมาจาหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โครงการ “เกษตรช่วยประชาชน ลดค่าครองชีพ” เกิดขึ้นโดยความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว สานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) และกรมหม่อนไหม คัดสรรสินค้าเกษตรคุณภาพสูงที่มีมาตรฐานการผลิตมาจาหน่ายในราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ 27-29 ธันวาคม 2565 ณ ลานกิจกรรม ตลาดริมน้า อ.ต.ก. เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากความสำเร็จครั้งแรกได้รับการตอบรับที่ดี
26 ธ.ค. 2565
นายกรัฐมนตรี ย้ำยังไม่มีนโยบายงดจัดงานปีใหม่ แต่ขอให้แต่ละหน่วยงานเพิ่มความระมัดระวังในการจัดงาน
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่ายังไม่มีนโยบายให้งดจัดงาน ซึ่งเป็นเรื่องของหน่วยงานและภาคธุรกิจที่จะดำเนินกิจกรรม เพียงแต่เพิ่มความระมัดระวังให้มากที่สุดและส่วนตัวงดให้คนเข้าอวยพรปีใหม่ทั้งหมด หากจะอวยพรผ่านเอกสาร หรือ ส.ค.ส. สามารถทำได้
26 ธ.ค. 2565
OTOP City 2022 ตลอด 9 วันยอดจำหน่ายทะลุเป้ากว่า 653 ล้านบาท
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยถึงภาพรวมการจัดงาน OTOP City 2022 ตั้งแต่วันที่ 17 - 25 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยพบว่า ได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด มียอดการจำหน่ายรวมกว่า 653 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท มีผู้เข้าชมงานกว่า 200,000 คน ผู้ประกอบการร่วมจำหน่ายในงานกว่า 2,700 ราย จากผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่งฯ สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร OTOP ชวนชิม, ศิลปิน OTOP, ผ้าไทยใส่ให้สนุก, OTOP ขึ้นเครื่อง, OTOP Premium, OTOP Brandname, ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และของขวัญของฝาก ที่มีการจัดกระเช้าของขวัญจากผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อใช้เป็นสื่อกลางมอบความปรารถนาดีให้แก่กันเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2566 นี้ด้วย สะท้อนถึงผลสำเร็จของนโยบายการพัฒนาสินค้า OTOP ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสินค้า OTOP ให้มีประสิทธิภาพ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยต่อยอด เพื่อยกระดับสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสให้ชุมชน ได้นำสินค้าที่มีคุณภาพ ออกสู่ตลาดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
26 ธ.ค. 2565
กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคราน้ำค้าง ช่วงอากาศเย็น
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ช่วงนี้มีมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทยตอนบนและมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดมาปกคลุมบริเวณอ่าวไทย ทำให้โดยรวมอากาศเย็นและบางพื้นที่ยังคงมีฝนตก กรมส่งเสริมการเกษตร ฝากเตือนไปยังพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ควรหมั่นดูแลและสำรวจแปลงเพาะปลูกพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเข้าทำลายของโรคราน้ำค้าง ซึ่งเป็นโรคพืชที่พบการระบาดมากในช่วงอากาศเย็น ความชื้นสูงและฝนตก ทำให้เชื้อราสาเหตุโรคสามารถแพร่ระบาดได้ดีไปกับลมและน้ำฝน หรือเครื่องมือทางการเกษตรและการเคลื่อนย้ายพืชปลูก เมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ต้องกำจัดเศษซากพืชและวัชพืชในแปลง โดยนำออกไปทำลายนอกแปลงทันที เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยข้ามฤดูของเชื้อราสาเหตุได้ โดยเกษตรกรควรปลูกพืชอื่นหมุนเวียน ใช้เมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพจากแหล่งปลอดโรค โดยแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่นอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 20-30 นาที หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค รวมทั้งไม่ปลูกพืชในระยะชิดกันเกินไป เพื่อช่วยระบายอากาศและความชื้นในแปลง หลีกเลี่ยงการให้น้ำในตอนเย็น หรือช่วงอากาศเย็นมีความชื้นสูงและหมั่นสำรวจแปลงปลูกอยู่เสมอ และหากพบปัญหาเกี่ยวกับศัตรูพืชเข้าทำลาย สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน
26 ธ.ค. 2565
ชวนคนไทยร่วมกิจกรรมสวดมนต์ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ 2566 เสริมสิริมงคล
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวถึงการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเสริมสิริมงคลทั่วประเทศ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ 2566 ว่า กิจกรรมนี้กระทรวงวัฒนธรรมจัดพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึง 1 มกราคม 2566 ถวายพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนได้ลดเลิกอบายมุข เสริมสิริมงคลในการต้อนรับปีใหม่โดยในพื้นที่จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ในภูมิภาคอาเซียน 15 จังหวัด อาทิ บึงกาฬ เชียงราย อุบลราชธานี ระนอง ตาก แม่ฮ่องสอน สงขลา และนราธิวาส จะมีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีอาเซียนที่สอดคล้องกับศาสนาในพื้นที่นั้นๆ และได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ประสานความร่วมมือไปยังวัดไทยและวัดพระพุทธศาสนาทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ ร่วมกันจัดงานสวดมนต์ข้ามปี เช่น จีน ญี่ปุ่น ลาว สิงคโปร์ อินเดีย เนปาล ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกา โดยศูนย์กลางจัดกิจกรรม จะอยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ถ่ายทอดภาพกิจกรรมไปยังวัดต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศเชิญชวนทุกคนร่วมกิจกรรมเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ หากไม่สะดวกเดินทางไปร่วมที่วัดใกล้บ้านก็สามารถร่วมสวดมนต์ออนไลน์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนวัฒนธรรม 1765
25 ธ.ค. 2565
กองทัพเรือเร่งค้นหากำลังพลที่สูญหายจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางอย่างต่อเนื่อง ยังสูญหาย 11 นาย
ค่ำวันนี้ 25 ธันวาคม 2565 พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือเรือหลวงสุโขทัยในวันนี้ สามารถเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ 3 ราย โดยสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้ 1 รายคือ พลทหารวรพงษ์ บุญละคร สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการเคลื่อนศพผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปประกอบพิธี ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ สรุปผลการช่วยเหลือลูกเรือเรือหลวงสุโขทัย 105 นาย ได้รับการช่วยเหลือ 76 นาย เสียชีวิตรวม 18 นาย ในจำนวนนี้สามารถระบุชื่อได้แล้ว 7 นาย ส่วนอีก 11 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล คงเหลือผู้สูญหายจำนวน 11 นายล่าสุดมีรายงานว่า พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ได้ลงนามในประกาศศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล.เรื่องการประกาศเขตการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เนื่องด้วยในระหว่างวันที่ 18-19 ธันวาคม 2565 ได้เกิดเหตุเรืออับปางในทะเล 3 ลำคือ เรือขนตู้คอนเทนเนอร์ สันทัดสมุทร 2 เรือหลวงสุโขทัย และ เรือ AnUBhum ดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินเรือและไม่เป็นการกีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงเตรียมการปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันในทะเลที่อาจรั่วไหลออกจากเรืออับปางจึงได้มีการประกาศเขตการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจำนวน 3 พื้นที่ ในบริเวณที่เรือทั้ง 3 ลำ อับปาง
25 ธ.ค. 2565
สนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและผู้ประกอบการ ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี ขยายตลาดส่งออก
นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดเวทีหารือกับเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้ากุ้ง รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การผลิตและการค้าของสินค้าเป้าหมาย ตลอดจนให้ความรู้เรื่องการส่งออกและการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยได้จัดทำกับ 18 ประเทศ รวม 14 ฉบับ อาทิ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และนิวซีแลนด์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดต่างประเทศให้กับสินค้ากุ้ง ทั้งนี้ ภายหลังลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้เห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ในด้านการพัฒนาสินค้ากุ้งและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการเพาะเลี้ยงลูกกุ้ง การแช่เย็นแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา กระบวนการแปรรูปเพื่อการบริโภคภายในประเทศและเพื่อส่งออกเป็นอาหารพร้อมทานให้มีมูลค่าสูง ซึ่งสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งนี้ ได้อาศัยความร่วมมือกันระหว่างสมาชิก แก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเข้มแข็ง จนสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อีกยังมีความพร้อมใช้ประโยชน์จาก FTA ในการส่งออกไปตลาดการค้าเสรี ซึ่งเน้นเจาะตลาดผู้บริโภคที่ใส่ใจสินค้าเพื่อสุขภาพ ปลอดภัยและรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงพาณิชย์ พร้อมช่วยสนับสนุนและแก้ไขปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เพื่อให้สินค้ากุ้งสามารถส่งออกและทำรายได้เข้าประเทศได้มากขึ้นต่อไปทั้งนี้ ในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค. 65) ไทยส่งออกกุ้งไปตลาดโลก มูลค่ากว่า 1,287 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยไทยเป็นผู้ส่งออกกุ้งและกุ้งแปรรูปเป็นอันดับที่ 7 ของโลก ซึ่งปัจจุบันประเทศคู่ FTA (อาเซียน จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง ชิลี เปรู) ได้ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้ากุ้งและกุ้งแปรรูปจากไทยทุกรายการแล้ว
25 ธ.ค. 2565
รัฐบาลย้ำมุ่งแก้ปัญหาปากท้อง ยกระดับคุณภาพชีวิต
นางสาวทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล ประกาศให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงภาระหนี้อยู่ จึงได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ แก้ไขปัญหาหนี้สินที่มีอยู่เดิม สร้างรายได้ผ่านการอาชีพและอาชีพเสริม และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนด้วยการส่งเสริมทักษะในการประกอบอาชีพทั้งนี้ กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดงาน "มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ : มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน" เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ โดยมีเจ้าหนี้เข้าร่วมกว่า 60 ราย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่รายได้ยังไม่กลับมาเต็มที่และอาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยได้จัดงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน”สัญจร 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ และเปิดให้มีการลงทะเบียน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ออนไลน์” ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเพื่อขอแก้ไข หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ผ่านระบบออนไลน์มากกว่า 170,000 รายแล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ธันวาคม) คิดเป็นจำนวนรายการสะสมมากกว่า 380,000 รายการ โดยจะการขยายระยะเวลาลงทะเบียนออกไป จากเดิมที่จะสิ้นสุดระยะเวลาการลงทะเบียน 30 พฤศจิกายน 2565 เป็นวันที่ 31 มกราคม 2566 ลงทะเบียนได้ที่ www.bot.or.th/debtfair และจะมีโครงการไปจัดงานมหกรรมสัญจรในภาคตะวันออก และภาคใต้อีก 2 ครั้งคือ ครั้งที่ 4 ที่จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 20–22 มกราคม 2566 ที่ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านสวน และครั้งที่ 5 จังหวัดสงขลา วันที่ 27–29 มกราคม 2566 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
25 ธ.ค. 2565
รัฐบาลเชิญชวนประชาชนบริจาคโลหิต ช่วยเหลิอผู้ป่วย ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ รัฐบาลเชิญชวนประชาชนผู้มีสุขภาพดีส่งต่อโลหิตเป็นของขวัญให้กับผู้ป่วย ผ่านสภากาชาดไทย ซึ่งหากบริจาคระหว่างวันที่ 26 – 31 ธันวาคม 2565 ผู้บริจาคจะได้รับของขวัญที่ระลึก ปีใหม่ 2566 เป็นปฏิทินหนูแดง ปี 2566 ชุด คำถามยอดฮิตบริจาคโลหิตและเสื้อยืดลาย “Make a Wish New Year New Life”ผู้สนใจสามารถบริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ (บางแค) ชั้น P เดอะมอลล์ (บางกะปิ) ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ (งามวงศ์วาน) ชั้น 5 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาท่าพระ ชั้น 1 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม สุขุมวิท ชั้น M บ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบสถานที่บริจาคโลหิตที่ร่วมโครงการได้ที่ https://shorturl.asia/heHyn
25 ธ.ค. 2565
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ประสานองค์กร NGO เพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมกับคนไทย ที่ตกเป็นเหยื่อจากความเกลียดชัง
นายต่อ ศรลัมพ์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เปิดเผยถึงกรณีคนไทยถูกทำร้ายร่างกายขณะโดยสารรถประจำทางที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ว่า จากการติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหาย ทราบว่า ได้แจ้งความกับตำรวจนครซานฟรานซิสโก และมีทนายที่เชี่ยวชาญเรื่องดังกล่าว เข้าให้ความช่วยเหลือในการต่อสู้คดีแล้ว สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงได้แจ้งให้องค์กร Asia Pacific Counseling and Treatment Center (APCTC) ซึ่งเป็น NGO ที่ให้ความช่วยเหลือเหยื่อจาก อาชญากรรมและเหตุการณ์จากความเกลียดชัง ติดต่อผู้เสียหาย เพื่อให้คำแนะนำในเบื้องต้นทั้งนี้ ที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาชนอย่างใกล้ชิดเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการกับอาชญากรรมและเหตุการณ์จากความเกลียดชังไปยังกลุ่มคนไทยอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเมื่อประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้จัด workshop สอนทักษะมวยไทยให้ชุมชนไทย เพื่อใช้ในการป้องกันตัวกรณีเกิดเหตุด้วย
25 ธ.ค. 2565
วช. เตรียมจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2566 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา 2-6 กุมภาพันธ์ 2566
นางวิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า วช.ร่วมกับ สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม”ปีที่ 24 เพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 ณ อีเวนท์ ฮอลล์ 100-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายในงานจัดให้มีการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม สู่ผู้ใช้และสาธารณชน จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก เวทีอบรมเชิงปฏิบัติการและเสวนา on site - on line กิจกรรมเวิร์คช็อปที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้สนใจทั่วไปในหลากหลายมิติ กว่า 70 หัวข้อ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการร่วมงาน แต่อย่างใด ซึ่งศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 น.-12.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนาขอเชิญชวนประชาชน นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานและจองสิทธิ์เข้าร่วมประชุม สัมมนา ในหัวข้อการประชุมที่จะจัดขึ้น ภายในงาน วันนักประดิษฐ์ 2566 ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 ผ่านการลงทะเบียน ออนไลน์ ที่ https://inventorsdayregis.com ได้แล้ววันนี้เป็นต้นไป
25 ธ.ค. 2565
กรมวิทยาศาสตร์บริการ ลดค่าบริการทดสอบและสอบเทียบแบบปกติ 30% ทุกรายการ นาน 3 เดือน เริ่ม 1 มกราคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2566
ดร.นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า วศ. มีบทบาทในการให้บริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มุ่งมั่นส่งมอบบริการที่ดี มีคุณภาพ โดยเฉพาะการบริการทดสอบและสอบเทียบ ที่มีความสำคัญเพื่อส่งถึงประชาชนคนไทย โดยลดค่าบริการทดสอบและสอบเทียบแบบปกติทุกรายการ 30% เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดภาระค่าใช้จ่าย โดยการให้บริการทางวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบที่ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นพื้นฐานสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภาคส่วน เช่นภาคอุตสาหกรรม ชุมชน SMEs และประชาชนทั่วไปผู้สนใจสามารถเช็ครายการทดสอบต่างๆ ได้ที่ http://onestop.mhesi.go.th/mstq/web/ โดยส่งตัวอย่างแบบปกติ ณ ศูนย์บริการ One Stop Service อาคาร ดร.ตั้วฯ กรมวิทยาศาสตร์บริการ พร้อมชำระค่าธรรมเนียมและกรณีส่งตัวอย่างทางไปรษณีย์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ จะส่งใบแจ้งหนี้ในวันที่ได้รับตัวอย่างทางไปรษณีย์ โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-201-7000 หรือ www.dss.go.th ในวันและเวลาราชการ
25 ธ.ค. 2565
อพวช. ร่วมมอบของขวัญปีใหม่ 2566 จัดแคมเปญสนุกกับกิจกรรมห้องทดลองวิทยาศาสตร์ กิจกรรมการแสดงทางวิทยาศาสตร์ ฟรี!
ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ปีใหม่นี้ อพวช.เตรียมมอบของขวัญส่งต่อความสุข ความสนุก ความมหัศจรรย์ด้านวิทยาศาสตร์เป็นของขวัญวันปีใหม่ 2566 ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และเสริมสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในสังคม โดยให้เยาวชนและประชาชนได้สนุกกับกิจกรรม ฟรี! ได้แก่ กิจกรรมห้องทดลองวิทยาศาสตร์ (Science Lab) ณ อพวช. คลองห้า จังหวัดปทุมธานี, จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ณ เดอะสตรีท รัชดา กรุงเทพฯ,จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. โคราช และกิจกรรมการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ณ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี หวังสร้างโอกาสการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเสริมสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ถือเป็นของขวัญปีใหม่และการส่งต่อความสุขให้กับคนไทยทุกคน เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2565 ถึง 8 มกราคม 2566 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2577 9960 เว็บไซต์ www.nsm.or.th Facebook : NSMThailand
25 ธ.ค. 2565
รัฐบาลเชิญชวนประชาชนและกลุ่ม 608 ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นก่อนเที่ยวปีใหม่ ลดโอกาสติดเชื้อ อาการรุนแรงและเสียชีวิต
นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 นี้ คาดว่า จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ขณะที่สถานการณ์โควิด -19 ในประเทศไทยยังคงพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น จึงเชิญชวนให้ประชาชน ผู้ที่ได้รับวัคซีนมาแล้วเกิน 4 เดือน ให้มารับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มภูมิคุ้มกัน ก่อนจะถึงเทศกาลปีใหม่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 และสร้างความอุ่นใจให้คนในครอบครัวและคนรอบข้าง ว่าจะได้รับความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ โดยสามารถเข้ารับวัคซีนที่โรงพยาบาลของรัฐที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ให้นโยบายให้ทุกแห่งให้มีจุดที่พร้อมให้บริการวัคซีนแก่ประชาชน ทั้งนี้ กลุ่ม 608 หรือผู้สูงอายุมีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้มีโรคประจำตัวในกลุ่ม 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ควรต้องเข้ารับวัคซีนตามเกณฑ์และรับเข็มกระตุ้นเมื่อครบระยะเวลา เพื่อลดอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิต หากเกิดการติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่จะต้องรอรับบุตรหลานในช่วงเทศเทศกาลปีใหม่นี้ หากเกิดการติดเชื้อ การฉีดวัคซีนจะช่วยลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้เกือบ 100% ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขล่าสุดได้ ระบุว่า กลุ่มผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ขณะนี้คือ กลุ่ม 608 (ร้อยละ 95) และทั้งหมดเป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเลย หรือไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือได้รับเข็มกระตุ้นนานเกิน 3 เดือน ส่วนของเด็กกลุ่มอายุ 6 เดือน – 4 ปี ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด -19 ผู้ปกครองสามารถนำเด็กฉีดพร้อมกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันได้ เช่นเดียวกันอย่างไรก็ตาม เทศกาลปีใหม่ มีหลายกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ กิจกรรมเฉลิมฉลอง กิจกรรมรวมญาติ รวมไปถึงการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง ไม่ประมาท โดยเฉพาะการใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวในกลุ่ม 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ ควรป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด มีคนจำนวนมาก
24 ธ.ค. 2565
กรมชลประทาน เดินหน้าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำป่าละอูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผลงานคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 78 คาดแล้วเสร็จและเริ่มเก็บกักน้ำได้ในปี 2567
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นโครงการฯที่กรมชลประทานรับสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 เพื่อให้ชาวตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลงานความคืบหน้าในภาพรวม ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 78 ของแผนที่วางไว้สำหรับอ่างเก็บน้ำป่าละอูฯ ถือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีความจุระดับกักเก็บ 10.46 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ทั้งหมด 6,490 ไร่ โดยในปี 2565 นี้ ได้มีการปรับแผนงานก่อสร้าง เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำได้บางส่วน เพื่อช่วยสนับสนุนการใช้น้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรในพื้นที่ ซึ่งหากโครงการฯแล้วเสร็จทั้งหมด จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ประมาณ 1,095 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 3,250 คน ช่วยส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกร มีผลผลิตทางการเกษตรให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มความมั่นคงทางด้านน้ำ พัฒนาเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อีกด้วย
24 ธ.ค. 2565
กองทัพเรือ ปูพรมค้นหากำลังพล ที่สูญหายจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เผยวันนี้พบอีก 5 ร่าง เร่งส่งพิสูจน์อัตลักษณ์
วันที่ 24 ธันวาคม 2565 เวลา 17.30 น. พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงปฏิบัติการค้นหาและให้การช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่อับปางว่า วันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดเรือหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงนราธิวาส และอากาศยานของกองทัพเรือ ออกค้นหาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และบริเวณที่เรือหลวงสุโขทัย อับปาง มีนักประดาน้ำสำรวจตัวเรือภายนอกเพื่อค้นหาผู้ที่สูญหาย โดยผลการปฎิบัติการในวันนี้สามารถเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต ได้รวม 5 ราย ซึ่งจะนำเข้าสู่ขั้นตอนเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลโดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน จึงจะสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เรือหลวงสุโขทัย จำนวน 105 นาย สามารถช่วยได้แล้ว 76 นาย เสียชีวิต 6 นาย รอพิสูจน์อัตลักษณ์ 6 ราย โดย ผู้เสียชีวิต 5 รายที่รอพิสูจน์อัตลักษณ์ มีหลักฐานขั้นต้นบ่งชี้เป็นกำลังพลกองทัพเรือ และกำลังพิสูจน์เพื่อยืนยันตัว ส่วนอีก 1 ราย ไม่มีหลักฐานขั้นต้นบ่งชี้เป็นกำลังพลกองทัพเรือ
24 ธ.ค. 2565
นายกฯ กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ติดตามราคาพลังงานและเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ย้ำต้องไม่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน พร้อมตั้งเป้าไทยเป็นฐานผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงติดตามสถานการณ์พลังงานไทยและโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนบริหารจัดการพลังงานภายในประเทศอย่างสมดุล ต้องไม่ให้เกิดการขาดแคลนพลังงาน รวมทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้าในประเทศต้องไม่กระทบต่อต้นทุนภาคการผลิตและการบริการ ที่สำคัญต้องไม่เป็นภาระค่าครองชีพประชาชน ขณะเดียวกัน รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาครัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรี ยังวางอนาคตให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ออกแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามนโยบาย ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี 2573 รวมถึงการส่งเสริมการผลิตรถสามล้อ เรือโดยสาร และรถไฟระบบราง มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงชีวภาพ ผ่านมาตรการจูงใจด้านภาษีและนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีการใช้ยานยนต์มลพิษต่ำในประเทศ รวมถึงส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ผลิตในประเทศ และสร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
24 ธ.ค. 2565
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เผย การจัดงาน OTOP CITY 2022 ผ่านไป 7 วัน เงินสะพัด กว่า 455 ล้านบาท
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า การจัดงาน OTOP CITY 2022 ปัจจุบัน มียอดจำหน่ายสินค้าแล้วกว่า 455 ล้านบาท โดยการจัดงานเหลืออีก 2 วันสุดท้าย (24-25 ธันวาคม 2565) จึงขอเชิญชวนประชาชน มาช่วยกันสนับสนุนสินค้า OTOP จากภูมิปัญญาของชาวไทย โดยผู้ที่ซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท จะได้รับคูปองลุ้นโชค 1 ใบ นำไปจับรางวัลทุกวัน ๆ ละ 40 รางวัล และคูปองในแต่ละวัน จะถูกรวบรวมเพื่อลุ้นรางวัลพิเศษในวันสุดท้ายของการจัดงาน เป็นทองคำหนัก 1 บาท 5 รางวัล และทองคำหนัก 50 สตางค์อีก 15 รางวัล รวมแจกทองทั้งหมด 20 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท ส่วนคนที่มองหาของขวัญปีใหม่ปีนี้ ก็มีซุ้มจัดกระเช้าของขวัญให้เลือกซื้อหา และสามารถมาเลือกชิมอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ที่มาจำหน่ายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี นอกจากจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วยังจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ OTOP ด้วย
24 ธ.ค. 2565
กระทรวงแรงงาน เร่งฝึกทักษะงานบริการให้ผู้ว่างงาน ป้อนสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในจังหวัดภูเก็ต
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตอนนี้เป็นช่วง High Season ของจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก หลังสถานการณ์โควิด – 19 คลี่คลาย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตโรงแรมเริ่มกลับมาให้บริการ ประกอบกับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ จึงทำให้ในปัจจุบันโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตขาดแคลนแรงงาน จากที่ได้มีการสั่งการกรมพัฒนาฝีมือแรงงานปรับแผนการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงาน เร่งปรับแผนอย่างรวดเร็วและรองรับกว่า 50,000 คนทั่วประเทศ ขณะนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเร่งทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่ขาดแคลนพนักงาน ทำให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการต้องการหาพนักงานที่มีทักษะฝีมือ มีความรู้ความสามารถในด้านบริการด้านการท่องเที่ยว ทางสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 21 ภูเก็ต จึงประสานความร่วมมือกับชมรมการจัดการทรัพยากรมนุษย์ป่าตอง (HR Patong Club) และชมรมบริหารงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต ทำการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตลงทะเบียนในแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” เพื่อทราบถึงตำแหน่งงานและจำนวนที่ผู้ประกอบการต้องการ โดยมีผู้ประกอบการได้ทยอยลงทะเบียนแจ้งความประสงค์มาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งพนักงานต้อนรับ และพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรพนักงานต้อนรับ โดยจะฝึกอบรมในวันที่ 26 – 29 ธันวาคม 2565 และหลักสูตรพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม ฝึกอบรมในวันที่ 27 – 30 ธันวาคม 2565 ซึ่งผู้ประกอบการจะเข้ามาสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมเข้าทำงานในวันที่ 29 ธันวาคม ทั้ง 2 สาขา ดังนั้นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะมีงานทำทันทีหลังฝึกอบรมเสร็จสิ้น และลดปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานลงได้ นายธราพงษ์ เดชอักษร ประธานชมรมบริหารงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางชมรมฯ เป็นสื่อกลางระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวและบริการในจังหวัดภูเก็ต จึงร่วมมือจัดฝึกอบรมให้แก่แรงงานที่สนใจเข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการในการขาดแคลนแรงงาน และได้แรงงานที่มีคุณภาพ มีทักษะตรงความต้องการ
24 ธ.ค. 2565
ตร. เตือนพฤติกรรมกลุ่มชวนลงทุนออมทองเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่
พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยวิธีตั้งข้อสังเกตกลุ่มชักชวนให้ลงทุนที่อาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ออมทอง คือ ไม่จำกัดอายุ การศึกษา ประสบการณ์ และไม่จำกัดวงเงินที่ร่วมลงทุน, ลงทุนระยะสั้น ราคาต่ำกว่าท้องตลาด แต่ได้ผลตอบแทนเร็ว, เปิดรับตัวแทน (แม่ข่าย) เน้นสร้างเครือข่าย มีรายรับที่ได้มาจากการหาสมาชิกเพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น ถ้าลูกข่ายออมทองน้ำหนัก 1 บาทตัวแทนก็จะได้เงิน 300 บาท, สร้างความน่าเชื่อถือ โดยได้รับค่าตอบแทนจริงในช่วงแรก และอีกทั้งกล่าวอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงร่วมโปรโมทร้าน, เร่งรัดสมาชิกให้ตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน โดยผู้ชักชวนไม่ให้ข้อมูลให้ครบทุกด้าน
24 ธ.ค. 2565
โฆษกกองทัพเรือเผย พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เร่งปูพรมค้นหาผิวน้ำและใต้น้ำ
พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผย เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา ว่า เย็นวานนี้ (23 ธ.ค.65) มีรายงานพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ในบริเวณจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง และเมื่อช่วงเช้าวันนี้อากาศยานได้ตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 1 ร่าง โดยเมื่อร่างผู้เสียชีวิตกลับขึ้นมาบนฝั่งแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ของศพทั้ง 2 ราย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา ประมาณ 3-4 วันสรุปผลการช่วยเหลือลูกเรือเรือหลวงสุโขทัย จำนวน 105 นาย สามารถช่วยได้แล้ว 76 นาย เสียชีวิต 8 นาย และยังคงสูญหาย 21 นายโฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้กองทัพเรือขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ร่วมปฎิบัติการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือเรือหลวงสุโขทัย
24 ธ.ค. 2565
นายกฯ แสดงความยินดี วัคซีนโควิด19 ฝีมือคนไทย ใกล้ประสบความสำเร็จ คาดการณ์ขึ้นทะเบียนตามแผนในปี 2566
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความยินดีหลังจากได้รับทราบรายงานว่าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด19 เอชเอ็กซ์พี-จีพีโอแวค (HXP-GPOVac) ขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้เข้าใกล้ผลสำเร็จ โดยขณะนี้เข้าสู่การทดลองในมนุษย์ หรือการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 แล้ว ซึ่งหากการทดลองในส่วนนี้ประสบความสำเร็จ จะนำไปสู่การดำเนินการตามแผนงานคือ ขึ้นทะเบียนภายในปี 2566 ดำเนินการผลิตและกระจายวัคซีนสู่ประชาชน โดย อภ.จะมีศักยภาพในการผลิตวัคซีนประมาณ 5-10 ล้านโดสต่อปีนายกรัฐมนตรี ขอบคุณองค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนที่เป็นอาสาสมัครในการทดสอบทางคลินิกทั้งใน 2 ระยะที่ผ่านมา และระยะที่ 3 ซึ่งกำลังดำเนินการที่โรงพยาบาลนครพนม จำนวน 4,000 คน ที่อาสาสมัครเป็น พี่น้อง อสม. และประชาชนชาวนครพนม รวมถึงขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันผลักการพัฒนาวัคซีนฝีมือคนไทย และขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างว่าทุกความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนไทย ขณะที่รัฐบาลจะทำหน้าที่ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณบุคลากรเพื่อพัฒนาทุกเทคโนโลยีและขีดความสามารถของคนไทยสำหรับโครงการพัฒนาวัคซีนเอชเอ็กซ์พี-จีพีโอแวค เป็นความร่วมมือของ อภ. กับองค์กรต่างๆ ได้แก่ PATH, Icahn School of Medicine at Mount Sinai (Icahn Mount Sinai) นิวยอร์ค, University of Texas at Austin (UT Austin) ประเทศสหรัฐอเมริกา และโรงงานผู้ผลิตวัคซีนใน 3 ประเทศ คือ บราซิล เวียดนาม และไทย โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ผ่านทางหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
24 ธ.ค. 2565
สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดทั่วประเทศ จัดงาน “1 จังหวัด 1 Sport Event” กระตุ้นการท่องเที่ยวส่งท้ายปี
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนให้ทุกจังหวัดของประเทศได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว โดยให้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งในและระหว่างจังหวัด ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินการในหลายกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่และลงไปถึงระดับท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงการใช้กิจกรรมด้านกีฬาหรือ Sport Event เป็นกลไกขับเคลื่อน โดยตั้งแต่ปลายปี 2565 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2566 กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทั่วประเทศร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดจัดงาน “1 จังหวัด 1 Sport Event” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น สนับสนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวพร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจรรมเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงทั้งนี้หลายจังหวัดได้ทยอยจัดกิจกรรม 1 จังหวัด 1 Sport Event ทั้งการแข่งขันเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน พายเรือหรือกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ โดยช่วงส่งท้ายปีได้มีกิจกรรมในหลายจังหวัดจึงขอชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไปร่วมในกิจกรรมดังกล่าว
24 ธ.ค. 2565
ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ล่าสุดตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทย รวมกว่า 11 ล้านคนแล้ว
นายอนุชา บูรพชัยศรี บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยสะสมระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม 2565 โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2565 จำนวน 11,049,769 คน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย อินเดีย สปป. ลาว สิงคโปร์ และกัมพูชาส่วนข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ตั้งแต่ที่ประเทศไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยแล้วเฉลี่ยวันละ 60,000-70,000 คน โดยกลุ่มหลักเป็นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย อินเดีย และขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามาวันละประมาณ 5,000 คน เป็นผลจากที่มีการเพิ่มเที่ยวบินจากรัสเซียบินตรงมายังกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเริ่มมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำบินตรงมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยคาดว่าในปี 2565 นี้ยอดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีถึง 11.5 ล้านคน เมื่อรวมกับการท่องเที่ยวในประเทศ 175 ล้านคน/ครั้ง จะทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท สำหรับเป้าหมายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ปี 2566 ททท. ได้คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 20 ล้านคนทั้งนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวที่ได้ร่วมกับขับเคลื่อน ซึ่งจะช่วยทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวเร็วที่สุดในโลกได้
24 ธ.ค. 2565
รัฐบาล มอบ 14 โครงการ เป็นของขวัญปีใหม่ 2566 ให้แก่พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียม 14 โครงการใหญ่ที่พร้อมขับเคลื่อนทันที เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 แด่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ และจะเป็นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต่อไป รวมถึงโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน โดยเป็นการดำเนินงานของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.)สำหรับโครงการสำคัญ แบ่งเป็น ด้านการผลักดันจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ “มหานครแห่งอาหารและบริการฮาลาล สู่ ตลาดโลก” มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหลักในการดำเนินการ เช่น การเพิ่มจำนวนฐานแม่วัวพันธุ์พื้นเมือง แม่พันธุ์และพ่อพันธุ์แพะ รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ / ขับเคลื่อนเมืองปูทะเลโลก แบบครบวงจร และการท่องเที่ยวชุมชน 10 ชุมชน / เพิ่มจำนวนพื้นที่เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ พืชพลังงานและผลไม้รองรับการพัฒนาภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะที่ด้านการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ได้แก่สนับสนุนอาหาร วิตามินเสริม และบริการทางสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการต่ำของเด็กเล็ก / สนับสนุนอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนตาดีกา และโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ตามโครงการสร้างคนดีตามหลักการทางศาสนาที่ถูกต้องเพื่อร่วมสืบสานและรักษาสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ /ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษามลายู ภาษาอาหรับ ภาษาจีน ภาษาอังกฤษและภาษาตุรเครีย แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรองรับการประกอบอาชีพ และผู้ที่ประสงค์จะไปศึกษา และทำงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เชื่อมโยงกับกับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกมุสลิมไม่น้อยกว่า 4 หมื่นราย /แก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจนที่ยั่งยืน 5 ด้านส่วนด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ประกอบด้วยสนับสนุนงบประมาณแก่ผู้นำท้องที่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก/ส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานให้แก่องค์กรภาคประชาสังคมและภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ /จัดตั้งอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา เทศบาลเมืองบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาสำหรับด้านการเสริมสร้างพหุสังคมที่เข้มแข็ง ได้แก่ การจัดวิ่งตามภูมิศาสตร์ “Amazean Jungle Trail Edition” /ปฏิทินประเพณีวัฒนธรรม ๑๒ เดือน /และการซ่อมแซมและบูรณะปฏิสังขรณ์วัดที่มีอายุเกิน ๑๐๐ ปี โบราณสถาน ศาสนสถาน พิพิธภัณฑ์ เพื่อการเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยว